เช็คราคา เหล็กบีม
โทร. 02-287-4097 / 090-456-1183 (มือถือ)
Line : PNRLOHAKIT
ตารางขนาดและน้ำหนัก เหล็กเอชบีม H-BEAM SS400
| ขนาด H×B | t1 | t2 | r | พื้นที่หน้าตัด | น้ำหนัก | น้ำหนัก | |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| Nominal Size | mm | mm | mm | mm | cm² | kg/m | kg/6m |
| 100×100 | 100×100 | 6.0 | 8 | 10 | 21.90 | 17.2 | 103.20 |
| 125×125 | 125×125 | 6.5 | 9 | 10 | 30.31 | 23.8 | 142.80 |
| 150×150 | 150×150 | 7.0 | 10 | 13 | 40.58 | 31.8 | 189.00 |
| 175×175 | 175×175 | 7.5 | 11 | 13 | 51.21 | 40.2 | 241.20 |
| 200×200 | 200×200 | 8.0 | 12 | 16 | 62.04 | 48.7 | 292.20 |
| 250×250 | 250×250 | 9.0 | 14 | 16 | 92.18 | 72.4 | 434.40 |
| 300×300 | 300×300 | 10.0 | 15 | 20 | 116.00 | 91.0 | 546.00 |
| 350×350 | 350×350 | 12.0 | 19 | 22 | 173.90 | 137.4 | 824.00 |
| 400×400 | 400×400 | 13.0 | 21 | 22 | 218.70 | 172.0 | 1032.00 |
ตารางขนาดและน้ำหนัก เหล็กไอบีม I-BEAM SS400
| ขนาด | t1 | t2 | r1 | r2 | พื้นที่หน้าตัด | น้ำหนัก | น้ำหนัก |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| H×B (mm) | mm | mm | mm | mm | cm² | kg/m | kg/6m |
| 150×75 | 5.5 | 9.5 | 9 | 4.5 | 21.83 | 17.1 | 102.60 |
| 200×100 | 7.0 | 10.0 | 10 | 5.0 | 33.06 | 26.0 | 156.00 |
| 200×150 | 9.0 | 16.0 | 15 | 7.5 | 64.16 | 50.4 | 302.40 |
| 250×125 | 7.5 | 12.5 | 12 | 6.0 | 48.79 | 38.5 | 229.80 |
| 300×150 | 8.0 | 13.0 | 13 | 6.5 | 61.58 | 48.3 | 289.80 |
| 350×150 | 9.0 | 15.0 | 13 | 6.5 | 74.58 | 58.5 | 351.00 |
| 400×150 | 10.0 | 18.0 | 17 | 8.5 | 91.73 | 72.0 | 432.00 |
| 450×175 | 12.0 | 27.0 | 13.5 | 13.5 | 122.10 | 95.7 | 574.20 |
| 600×190 | 16.0 | 35.0 | 38 | 19.0 | 224.50 | 176.0 | 1056.00 |
ตารางขนาดและน้ำหนัก เหล็กไวจ์แฟรงค์ WIDE FLANGE – WF SS400
| ขนาด H×B | t1 | t2 | r | พื้นที่หน้าตัด | น้ำหนัก | น้ำหนัก | |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| Nominal Size | mm | mm | mm | mm | cm² | kg/m | kg/6m |
| 100×50 | 100×50 | 5.0 | 7 | 8 | 11.85 | 9.30 | 55.80 |
| 150×75 | 150×75 | 5.0 | 7 | 8 | 17.85 | 14.0 | 84.00 |
| 150×100 | 148×100 | 6.0 | 9 | 11 | 26.84 | 21.1 | 126.60 |
| 200×100 | 200×100 | 5.5 | 8 | 11 | 27.16 | 21.3 | 127.80 |
| 200×150 | 194×150 | 6.0 | 9 | 13 | 39.01 | 30.6 | 183.60 |
| 250×125 | 250×125 | 6.0 | 9 | 12 | 37.66 | 29.6 | 177.60 |
| 250×175 | 244×175 | 7.0 | 11 | 16 | 56.24 | 44.1 | 264.60 |
| 300×150 | 300×150 | 6.5 | 9 | 13 | 47.66 | 36.7 | 220.20 |
| 300×200 | 294×200 | 8.0 | 12 | 18 | 72.38 | 56.8 | 340.80 |
| 350×175 | 350×175 | 7.0 | 11 | 16 | 59.78 | 46.9 | 281.40 |
| 350×250 | 340×250 | 10.0 | 16 | 20 | 101.50 | 79.7 | 478.20 |
| 400×200 | 400×200 | 8.0 | 13 | 22 | 84.12 | 66.0 | 396.00 |
| 400×300 | 394×300 | 11.0 | 16 | 22 | 136.10 | 107.0 | 642.00 |
| 450×200 | 450×200 | 9.0 | 14 | 18 | 96.76 | 76.0 | 456.00 |
| 450×300 | 440×300 | 11.0 | 16 | 24 | 157.40 | 123.0 | 738.00 |
| 500×200 | 500×200 | 10.0 | 16 | 22 | 110.0 | 86.0 | 516.00 |
| 500×300 | 488×300 | 11.0 | 18 | 26 | 163.50 | 128.0 | 768.00 |
| 600×200 | 588×200 | 12.0 | 20 | 28 | 132.40 | 104.0 | 624.00 |
| 600×300 | 594×300 | 12.0 | 20 | 28 | 192.50 | 151.0 | 906.00 |
| 700×300 | 700×300 | 14.0 | 23 | 28 | 222.40 | 175.0 | 1050.00 |
| 800×300 | 800×300 | 14.0 | 26 | 28 | 267.40 | 210.0 | 1260.00 |
| 900×300 | 900×300 | 16.0 | 28 | 28 | 309.40 | 243.0 | 1458.00 |
รู้จักเหล็ก H-Beam, I-Beam และ Wide Flange (WF) ต่างกันอย่างไร? เลือกใช้อย่างไรให้เหมาะกับงานโครงสร้าง
เหล็กรูปพรรณรีดร้อนอย่าง H-Beam, I-Beam และ Wide Flange (WF) ถือเป็นวัสดุก่อสร้างสำคัญที่นิยมใช้ในงานโครงสร้างทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ เนื่องจากมีความแข็งแรง ทนทาน และสามารถรองรับน้ำหนักได้ดีในลักษณะที่แตกต่างกันออกไป
1. เหล็กเอชบีม H-Beam – หน้าตัดรูปตัว H แข็งแรง ใช้งานได้อเนกประสงค์
H-Beam เป็นเหล็กรูปพรรณที่มีหน้าตัดลักษณะคล้ายตัว “H” โดยมีปีกด้านบนและล่างกว้างและหนาเท่ากัน ทำให้สามารถรับแรงได้ทั้งแนวดิ่งและแนวราบได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงนิยมนำไปใช้ในงานก่อสร้างขนาดใหญ่ที่ต้องการความแข็งแรงสูง
จุดเด่นของ H-Beam
ปีกและแกนกลางมีความหนาเท่ากัน ช่วยกระจายแรงได้ดีทั้งแนวตั้งและแนวนอน
เหมาะสำหรับงานเสา คาน โครงหลังคา โกดัง และสะพาน
รองรับน้ำหนักได้สูง เหมาะกับโครงสร้างที่ต้องการความมั่นคง
2. เหล็กไวด์แฟรงค์ Wide Flange (WF Beam) – ปีกกว้างกว่า รับแรงบิดได้ดีกว่า
WF Beam หรือ Wide Flange Beam เป็นเหล็กรูปพรรณที่มีลักษณะคล้าย H-Beam แต่มีปีกที่กว้างและแบนกว่าเล็กน้อย ทำให้สามารถรับแรงบิดและแรงดัดได้ดียิ่งขึ้น นิยมใช้ในโครงสร้างขนาดใหญ่ เช่น อาคารสูง โรงงาน และโครงสร้างที่ซับซ้อน
จุดเด่นของ Wide Flange
ปีกกว้าง ช่วยรับแรงบิดและแรงดัดได้ดีกว่า H-Beam
เหมาะสำหรับงานเสา คาน และโครงสร้างที่รับน้ำหนักมากเป็นพิเศษ
มีหลายขนาดให้เลือกใช้งานตามการออกแบบ
3. เหล็กไอบีม I-Beam – น้ำหนักมาก ปีกหนา เหมาะกับงานเฉพาะทาง
I-Beam เป็นเหล็กที่มีหน้าตัดคล้ายตัว “I” โดยปีกบนและล่างจะแคบและเรียวกว่าแบบ H-Beam หรือ WF แต่จะมีความหนาแน่นกว่าในขนาดที่เท่ากัน เหมาะสำหรับงานเฉพาะด้าน เช่น คานรองรับรางเครน หรือโครงสร้างที่ต้องรับแรงกระแทก
จุดเด่นของ I-Beam
ปีกเรียว มีความหนาสูง เหมาะกับงานที่รับแรงในแนวดิ่ง
ทนต่อแรงกระแทกจากการเคลื่อนไหว เช่น การยกของหนักด้วยเครน
มีน้ำหนักต่อเมตรมากกว่า H-Beam และ WF ในขนาดเดียวกัน
📌 เปรียบเทียบการใช้งานของเหล็กแต่ละประเภท
| ประเภทเหล็ก | ลักษณะเด่น | เหมาะสำหรับงาน |
|---|---|---|
| H-Beam | หน้าตัดรูป H, ปีกกว้าง-หนาเท่ากัน | อาคารสูง, คาน, เสา, โกดัง, สะพาน |
| Wide Flange (WF) | คล้าย H-Beam , แต่แผ่นกลางกว้าง ปีกข้างแคบ หนาเท่ากัน | โครงสร้างอาคาร, งานที่ซับซ้อนและรับแรงมาก |
| I-Beam | รูปตัว I , ปีกบน-ล่างเอียง แกนกลางหนา | งานรับแรงเฉพาะทาง เช่น รางเครน, ฐานเครื่องจักร |
เลือกเหล็กให้เหมาะกับงบประมาณและมาตรฐานโครงสร้าง
ในการเลือกใช้เหล็กสำหรับงานก่อสร้าง ควรพิจารณาทั้งลักษณะงาน โครงสร้าง และความต้องการในการรับแรง รวมถึงงบประมาณที่ตั้งไว้ โดยทั่วไป:
H-Beam และ WF ใช้งานได้หลากหลาย เหมาะกับงานโครงสร้างทั่วไปที่ต้องการความมั่นคง ปลอดภัย
I-Beam เหมาะกับงานเฉพาะที่ต้องรองรับแรงในแนวดิ่งสูง หรือมีแรงกระแทกบ่อย
ไม่ว่าคุณจะเลือกเหล็กประเภทใด สิ่งสำคัญคือต้องใช้เหล็กที่ได้มาตรฐาน เช่น มอก. หรือ JIS พร้อมใบรับรองคุณภาพ เพื่อความปลอดภัยในการใช้งานระยะยาว
คำถามที่พบบ่อย
เหล็กทั้ง 3 ประเภทมีความแตกต่างที่ชัดเจน H-Beam มีหน้าตัดรูปตัว H โดยปีกด้านบนและล่างกว้างและหนาเท่ากัน สามารถรับแรงได้ทั้งแนวดิ่งและแนวราบ Wide Flange (WF) มีลักษณะคล้าย H-Beam แต่แผ่นกลางกว้างกว่า ปีกข้างแคบกว่า หนาเท่ากัน รับแรงบิดและแรงดัดได้ดีกว่า ส่วน I-Beam มีหน้าตัดรูปตัว I ปีกบนและล่างเรียวและแคบกว่า แต่มีความหนาแน่นมากกว่า เหมาะกับงานที่รับแรงในแนวดิ่งเป็นหลัก
การเลือกเหล็กควรพิจารณาหลายปัจจัย ได้แก่ (1) ลักษณะงานและโครงสร้าง – ต้องการรับแรงในทิศทางใด ความซับซ้อนของโครงสร้าง (2) ความต้องการในการรับแรง – แรงดิ่ง แรงบิด หรือแรงดัด (3) งบประมาณ – I-Beam มีน้ำหนักมากกว่าอาจมีต้นทุนสูงกว่า และ (4) มาตรฐานคุณภาพ – ต้องใช้เหล็กที่ได้มาตรฐาน มอก. หรือ JIS พร้อมใบรับรองคุณภาพเพื่อความปลอดภัยในการใช้งานระยะยาว โดยทั่วไป H-Beam และ WF เหมาะกับงานโครงสร้างทั่วไป ส่วน I-Beam เหมาะกับงานเฉพาะทาง















