เช็คราคาเหล็กเส้น
โทร. 02-287-4097 / 090-456-1183 (มือถือ)
Line : PNRLOHAKIT
ตารางขนาดและน้ำหนักของเหล็กเส้นกลม (Round Bar Steel)
เหล็กเส้นกลม มอก. (Round Bar) คืออะไร? สรุปครบทุกขนาด มาตรฐาน SR24 และการใช้งาน
เหล็กเส้นกลม (Round Bar Steel) เป็นหนึ่งในประเภทของ เหล็กเส้น ที่สำคัญที่สุดในงานก่อสร้าง โดยทำหน้าที่เป็นตัวเสริมความแข็งแรงให้กับคอนกรีต ไม่ว่าจะเป็นการสร้างบ้าน อาคาร สะพาน หรือถนน ด้วยคุณสมบัติที่ยืดหยุ่นและเหนียว ทำให้เหล็กเส้นกลมเป็นวัสดุที่วิศวกรไว้วางใจมาอย่างยาวนาน
1. มาตรฐานและชั้นคุณภาพของเหล็กเส้นกลม (SR24)
เหล็กเส้นกลมที่ได้คุณภาพมาตรฐานในประเทศไทย ต้องผลิตตามมาตรฐานอุตสาหกรรม มอก. 20-2559 (หรือมาตรฐานเดิม มอก. 20-2543) โดยมีชั้นคุณภาพเดียวคือ SR24 ซึ่งหมายถึงเหล็กที่สามารถรับแรงดึงที่จุดครากได้ไม่น้อยกว่า 2,400 กก./ตร.ซม.
ส่วนประกอบทางเคมีและสมบัติเชิงกล
เพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัย โครงสร้างทางเคมีและกายภาพต้องเป็นไปตามเกณฑ์:
-
ส่วนประกอบทางเคมี: ควบคุมปริมาณคาร์บอน (ไม่เกิน 0.28%) ฟอสฟอรัส และกำมะถัน เพื่อให้เหล็กมีความเหนียวและเชื่อมต่อได้ง่าย
-
ความยืดหยุ่น: ต้องมีค่าความยืดหยุ่น (Elongation) ไม่น้อยกว่า 21% และผ่านการทดสอบการดัดเย็น 180 องศาโดยไม่เกิดรอยร้าว
ส่วนประกอบทางเคมี (Chemical Composition)
| ส่วนประกอบทางเคมี (Chemical Composition) | |||||
|---|---|---|---|---|---|
| เกรด | Carbon (%) | Silicon (%) | Manganese (%) | Phosphorus (%) | Sulphur (%) |
| SR24 | 0.28 | – | – | 0.058 | 0.058 |
สมบัติเชิงกล (Physical Properties)
| สมบัติเชิงกล (Physical Properties) | ||||
|---|---|---|---|---|
| เกรด | Yield Strength (kgf/mm²) |
Tensile Strength (kgf/mm²) |
Elongation (%) | Cold Bend Test |
| SR24 | ≥24 | ≥39 | ≥21 | 180°, 1.5 เท่าของเส้นผ่านศูนย์กลาง |
2. ตารางขนาดและน้ำหนักมาตรฐานเหล็กเส้นกลม (RB-Round Bar)
การเลือกใช้ เหล็กเส้น ต้องพิจารณาที่เส้นผ่านศูนย์กลางและน้ำหนักต่อเมตรเป็นหลัก เพื่อการคำนวณโครงสร้างที่แม่นยำ
| ขนาดและน้ำหนักมาตรฐานเหล็กเส้นกลม (RB — Round Bar) | |||
|---|---|---|---|
| ชื่อเรียก (Designation) | เส้นผ่านศูนย์กลาง (มม.) | น้ำหนัก (กก./ม.) | พื้นที่หน้าตัด (ตร.ซม.) |
| RB6 | 6 | 0.222 | 28.30 |
| RB8 | 8 | 0.395 | 50.53 |
| RB9 | 9 | 0.499 | 63.60 |
| RB12 | 12 | 0.888 | 113.10 |
| RB15 | 15 | 1.387 | 176.70 |
| RB19 | 19 | 2.226 | 283.50 |
| RB25 | 25 | 3.853 | 490.90 |
3. การใช้งานเหล็กเส้นกลมแยกตามขนาด
เนื่องจากเหล็กเส้นกลมมีผิวเรียบมน ทำให้การยึดเกาะกับคอนกรีตไม่ดีเท่าเหล็กข้ออ้อย (Deformed Bar) จึงนิยมใช้ในงานเฉพาะส่วนดังนี้:
-
RB6 และ RB9: นิยมใช้ทำ “เหล็กปลอก” (Stirrup) สำหรับเสาและคาน เพื่อช่วยยึดเหล็กแกนและรับแรงตัด
-
RB12: ใช้ในงานก่อสร้างทั่วไปที่ไม่ได้รับแรงมหาศาล หรือใช้ในงานกลึงทำหัวน็อต สลักเกลียว
-
RB19: เหมาะสำหรับงานทำถนนคอนกรีต (Dowel Bar) หรือรอยต่อถนน
-
RB25: ใช้ในงานยึดโครงป้ายขนาดใหญ่ งานทำสตัด (Stud) หรือเกลียวเร่งที่ต้องรับแรงดึงสูง
4. 7 ลักษณะเด่นของเหล็กเส้นกลมที่ดี
-
ความแข็งแรงและทนทาน: รองรับแรงดึงและแรงกดได้ตามมาตรฐาน SR24
-
ขนาดแม่นยำ: เส้นผ่านศูนย์กลางสม่ำเสมอตลอดเส้น ไม่เบี้ยวหรือผิดรูป
-
ผิวเรียบสะอาด: ปราศจากรอยปริแตกหรือสนิมขุมที่กินเนื้อเหล็ก
-
ขึ้นรูปง่าย: สามารถตัด ดัดโค้ง หรือเชื่อมต่อได้โดยไม่เสียคุณสมบัติทางกล
-
ความเหนียวสูง: สามารถบิดงอได้โดยไม่หักเปราะ ช่วยให้โครงสร้างทนต่อการทรุดตัว
-
คุณภาพการผลิต: มีการควบคุมกระบวนการรีดร้อน (Hot Rolling) ที่สม่ำเสมอ
-
ความปลอดภัย: ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุจากการถล่มของโครงสร้าง
5. วิธีเลือกซื้อเหล็กเส้นให้ได้มาตรฐาน “เหล็กเต็ม”
เลือกซื้อเหล็กเส้นให้ได้มาตรฐาน “เหล็กเต็ม” เพื่อให้ได้เหล็กเส้นคุณภาพสูง ตอบโจทย์การใช้งาน และประหยัดงบประมาณในระยะยาว ควรพิจารณาดังนี้:
-
ตรวจสอบตราประทับ: ต้องมีเครื่องหมาย มอก., ชื่อบริษัทผู้ผลิต, ชั้นคุณภาพ (SR24) และขนาดระบุบนเนื้อเหล็กอย่างชัดเจน
-
ใบรับรองผลการทดสอบ (Mill Certificate): ควรขอดูเอกสารยืนยันค่าทางเคมีและแรงดึงจากผู้ขาย
-
เปรียบเทียบราคาและบริการ: เลือกผู้จัดจำหน่ายที่มีความน่าเชื่อถือ มีสต็อกสินค้าพร้อมส่ง และราคาเป็นธรรมสอดคล้องกับตลาด
7 วิธีสังเกต “เหล็กเส้นกลม” คุณภาพสูง ได้มาตรฐาน มอก. สำหรับงานโครงสร้าง
การเลือกวัสดุก่อสร้างให้ตอบโจทย์ทั้งความแข็งแรงและความปลอดภัย ถือเป็นหัวใจสำคัญของทุกงานวิศวกรรม โดยเฉพาะ “เหล็กเส้นกลม” (Round Bars) วัสดุพื้นฐานที่ช่วยเสริมความมั่นคงให้กับโครงสร้างคอนกรีตและการผลิตชิ้นส่วนอุตสาหกรรม แต่เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเหล็กเส้นกลมแบบไหนคือเหล็กเกรดดีที่ควรเลือกใช้
1. รับแรงดึงและแรงกดได้ดีเยี่ยม (High Strength & Durability)
เหล็กเส้นกลมที่ดีต้องมีโครงสร้างเนื้อเหล็กที่แข็งแกร่ง สามารถรองรับทั้งแรงกดทับและแรงดึงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้สิ่งปลูกสร้างมีความมั่นคง ไม่ทรุดตัวง่าย นอกจากนี้ยังต้องทนทานต่อการสึกหรอและการแรงกระแทกจากภายนอก เหมาะสำหรับการใช้งานในสภาวะที่ต้องรับน้ำหนักมหาศาล
2. ขนาดหน้าตัดและรูปทรงมีความแม่นยำ (Precision Dimensions)
หัวใจสำคัญของเหล็กเส้นกลมคือ ความสม่ำเสมอ ตลอดทั้งเส้น เส้นผ่านศูนย์กลางต้องได้ขนาดที่แม่นยำตามเกณฑ์มาตรฐาน ตัวแท่งเหล็กต้องกลมมน ไม่บิดเบี้ยว หักงอ หรือมีความหนาไม่เท่ากัน เพื่อให้ง่ายต่อการคำนวณและการนำไปติดตั้งหน้างานได้อย่างไร้รอยต่อ
3. ทนทานต่อการเกิดสนิมและการกัดกร่อน (Corrosion Resistance)
เนื่องจากเหล็กมักต้องเผชิญกับความชื้น สารเคมี หรือสภาพแวดล้อมที่รุนแรง เช่น ในโรงงานอุตสาหกรรมหรืออู่ต่อเรือ เหล็กเส้นกลมที่มีคุณภาพจึงควรมีคุณสมบัติต้านทานการกัดกร่อนที่ดี ซึ่งอาจมาจากการชุบเคลือบผิวที่มีประสิทธิภาพ หรือการเลือกใช้ส่วนผสมของเหล็กกล้าสูตรพิเศษ เพื่อยืดอายุการใช้งานให้ยาวนานขึ้น
4. ดัดขึ้นรูปง่ายและเชื่อมประสานได้ดี (Workability & Weldability)
ในการทำงานจริง เหล็กเส้นจะต้องถูกนำไปตัด ดัดโค้ง หรือขึ้นรูปตามแบบสถาปัตยกรรม เหล็กที่ดีเกรดพรีเมียมจะต้องดัดง่ายโดยไม่เกิดรอยร้าวหรือเสียรูปทรงอย่างรุนแรง นอกจากนี้ เนื้อเหล็กต้องรองรับการเชื่อมต่อ (Weldability) ได้ดี เพื่อให้การประกอบโครงสร้างเหล็กเป็นเนื้อเดียวกันอย่างแข็งแรงและราบรื่น
5. มีความเหนียวและยืดหยุ่นสูง (High Ductility & Toughness)
คุณสมบัติเด่นที่ขาดไม่ได้คือ ความเหนียว (Toughness) ที่ช่วยให้เหล็กไม่เปราะหักง่ายเมื่อถูกแรงกระแทกอย่างกะทันหัน ควบคู่ไปกับ ความยืดหยุ่น (Ductility) ที่สามารถกระจายแรงและคืนรูปกลับสู่สภาพเดิมได้ดีหลังจากรับน้ำหนัก ทำให้โครงสร้างมีความปลอดภัยสูงเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน เช่น แผ่นดินไหว
6. ผ่านกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐาน มอก. (SR24 Certification)
เหล็กเส้นกลมที่มั่นใจได้ในคุณภาพ จะต้องผ่านกระบวนการผลิตภายใต้ระบบควบคุมที่เข้มงวด และสิ่งสำคัญที่สุดคือต้องได้รับการรับรองมาตรฐานอุตสาหกรรม มอก. ชั้นคุณภาพ SR24 ซึ่งเป็นเครื่องหมายยืนยันว่าเหล็กมีส่วนผสมทางเคมีและคุณสมบัติทางกลที่ถูกต้องและน่าเชื่อถือ
7. ปลอดภัยสูงสุดในการใช้งานจริง (Operational Safety)
เหล็กเส้นกลมที่ดีต้องช่วยลดความเสี่ยงเชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะการไม่เกิดสนิมขุมในเนื้อเหล็กลึกๆ จนทำให้โครงสร้างภายในอ่อนแอ ทั้งนี้ นอกจากการเลือกเหล็กที่มีคุณภาพแล้ว ผู้รับเหมาและวิศวกรควรทำการตรวจสอบสภาพผิวเหล็กอย่างสม่ำเสมอก่อนใช้งาน เพื่อป้องกันและลดโอกาสการเกิดอุบัติเหตุในเขตก่อสร้างให้เป็นศูนย์
💡 สรุปการเลือกซื้อสำหรับช่างมืออาชีพ: > การเลือกใช้เหล็กเส้นกลมที่รวบรวมทั้งความแข็งแกร่ง ความยืดหยุ่น และได้มาตรฐาน มอก. SR24 ไม่เพียงแต่ช่วยให้งานก่อสร้างเสร็จไวและราบรื่นเท่านั้น แต่ยังเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเพื่อความปลอดภัยและอายุการใช้งานที่ยาวนานนับสิบปีของสิ่งปลูกสร้างของคุณ
ทำไมต้องสั่งซื้อเหล็กเส้นกับ พรณรงค์ โลหะกิจ (Phornnarong Lohakit)?
เราคือผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดจำหน่ายเหล็กและโลหะที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้รับเหมาและโครงการก่อสร้างทั่วประเทศ
สินค้ามาตรฐาน 100%: เหล็กเส้นทุกเส้นมี มอก. รับรอง
ราคาโรงงาน: ช่วยให้คุณควบคุมต้นทุนโครงการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ส่งไว ตรงเวลา: เพราะเรารู้ว่าเวลาในงานก่อสร้างเป็นสิ่งสำคัญ
ปรึกษาเรื่องสเปกเหล็กหรือขอใบเสนอราคาได้ที่ทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ:
โทร: 02-287-4097, 090-456-1183
Line ID: @pnrlohakit (มี @ ด้านหน้า) หรือ [คลิกเพื่อเพิ่มเพื่อน]
คำถามที่พบบ่อย
หล็กเส้นกลมคือวัสดุก่อสร้างที่สำคัญในอุตสาหกรรมก่อสร้างและวิศวกรรมโครงสร้าง ผลิตจากเหล็กกล้าที่ผ่านกระบวนการรีดร้อน (Hot Rolling) ทำให้มีลักษณะเป็นแท่งเหล็กที่มีรูปทรงกลมตลอดความยาวของแท่ง มีความแข็งแรงและทนทานต่อการใช้งาน เหล็กเส้นกลมมีเส้นผ่านศูนย์กลางที่หลากหลายตั้งแต่ 6-34 มิลลิเมตร ความยาวมาตรฐาน 10-12 เมตร และต้องผลิตตามมาตรฐาน มอก. 20-2559 ชั้นคุณภาพ SR24
แต่ละขนาดของเหล็กเส้นกลมมีการใช้งานที่แตกต่างกัน ดังนี้
- RB6 (2 หุน) และ RB9 (3 หุน): ใช้ในงานที่ไม่รับแรงมาก เช่น ปลอกเสาและปลอกคาน
- RB12 (4 หุน): ใช้ในงานก่อสร้างทั่วไป ไม่เน้นงานยึดเกาะเพราะมีผิวเรียบมน เหมาะกับงานกลึง เช่น การทำหัวน๊อต
- RB15: ใช้ในงานโครงสร้างทั่วไป (เส้นผ่านศูนย์กลาง 15 มม. น้ำหนัก 13.87 กก./เส้น)
- RB19: ใช้สำหรับงานทำถนน
- RB25: ใช้ทำเป็นเหล็กสตัทเกรียวเร่ง สำหรับงานยึดโครงป้ายขนาดใหญ่ รับแรงและน้ำหนักได้ดี
ควรเก็บเหล็กเส้นกลมในที่ร่ม แห้ง ไม่โดนน้ำฝนหรือความชื้น วางบนพื้นที่โล่ง มีการระบายอากาศดี หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับพื้นดินโดยตรง อาจใช้แท่นรองรับ หากต้องเก็บนานควรทาสารกันสนิมหรือใช้ผ้าใบคลุม ตรวจสอบสภาพเป็นประจำเพื่อป้องกันการเกิดสนิม















