
เช็คราคาเหล็กเส้น วันนี้
โทร. 02-287-4097 / 090-456-1183 (มือถือ)
Line : PNRLOHAKIT
“ราคาเหล็กเส้นวันนี้” พุ่งสูงหรือดิ่งลง? ใครที่กำลังวางแผนขึ้นโครงสร้างบ้านหรือทำโปรเจกต์ก่อสร้างในปี 2569 ต้องเช็กให้ดีครับ! เพราะเหล็กเส้นคือหัวใจหลักของความแข็งแรง และเป็นวัสดุที่มีความผันผวนด้านราคาสูงที่สุดชนิดหนึ่งตามกลไกตลาดโลก หากเราไม่ตรวจสอบราคาล่าสุดก่อนสั่งซื้อ อาจทำให้งบประมาณบานปลายโดยไม่จำเป็น
บทความนี้เราจึงรวบรวม ราคาเหล็กเส้น อัปเดตล่าสุด ทั้งเหล็กเส้นกลม (RB) และเหล็กข้ออ้อย (DB) ทุกขนาด พร้อมเจาะลึก 5 ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ราคาเหล็กเปลี่ยนไปในแต่ละวัน เพื่อช่วยให้ผู้รับเหมาและเจ้าของบ้านตัดสินใจเลือกซื้อได้อย่างคุ้มค่า ได้ของดีมาตรฐาน มอก. ในราคาโรงงานที่เหมาะสมที่สุด
อัปเดต ตารางราคาเหล็กเส้นกลม มอก. 20-2559 วันนี้
| ข้อมูลเหล็กเส้นกลม | เช็คราคา | ||||
|---|---|---|---|---|---|
| ขนาด | ชื่อเรียก | เส้นผ่านศูนย์กลาง (มม.) |
น้ำหนัก (กก./ม.) |
พื้นที่หน้าตัด (ตร.ซม.) |
– |
| RB6 | เหล็กเส้นกลม หุน | 6 | 0.222 | 28.30 | สอบถามราคา |
| RB8 | – | 8 | 0.395 | 50.53 | สอบถามราคา |
| RB9 | เหล็กเส้นกลม 3 หุน | 9 | 0.499 | 63.60 | สอบถามราคา |
| RB12 | เหล็กเส้นกลม 4 หุน | 12 | 0.888 | 113.10 | สอบถามราคา |
| RB15 | – | 15 | 1.387 | 176.70 | สอบถามราคา |
| RB19 | – | 19 | 2.226 | 283.50 | สอบถามราคา |
| RB25 | – | 25 | 3.853 | 490.90 | สอบถามราคา |
อัปเดต ตารางราคาเหล็กข้ออ้อย มอก. 24-2559 วันนี้
| ข้อมูลเหล็กข้ออ้อย | เช็คราคา | ||||
|---|---|---|---|---|---|
| ขนาด | ชื่อเรียก | เส้นผ่านศูนย์กลาง (มม.) | น้ำหนัก (กก./ม.) | พื้นที่หน้าตัด (ตร.ซม.) | – |
| DB10 | – | 10 | 0.616 | 0.78 | สอบถามราคา |
| DB12 | เหล็กข้ออ้อย 4 หุน | 12 | 0.888 | 1.13 | สอบถามราคา |
| DB16 | เหล็กข้ออ้อย 5 หุน | 16 | 1.578 | 2.01 | สอบถามราคา |
| DB20 | เหล็กข้ออ้อย 6 หุน | 20 | 2.466 | 3.14 | สอบถามราคา |
| DB25 | – | 25 | 3.853 | 4.91 | สอบถามราคา |
| DB28 | – | 28 | 4.834 | 6.16 | สอบถามราคา |
| DB32 | – | 32 | 6.313 | 8.04 | สอบถามราคา |
5 วิธีต้องรู้ เพื่อการเลือกซื้อเหล็กเส้นให้คุ้มค่าที่สุด
การเลือกซื้อเหล็กเส้นไม่ใช่แค่เรื่องของ “ราคา” แต่คือเรื่องของ “ความปลอดภัย” และ “ความคุ้มค่าในระยะยาว” นี่คือ 5 เช็กลิสต์สำคัญที่เจ้าของโครงการและผู้รับเหมาต้องรู้ก่อนตัดสินใจสั่งซื้อ
1. มาตรฐาน มอก. และสัญลักษณ์บนเนื้อเหล็ก
เหล็กเส้นที่มีคุณภาพต้องมีสัญลักษณ์ระบุอยู่บนเนื้อเหล็กอย่างชัดเจน โดยต้องมีตัวนูนที่บอกข้อมูลครบถ้วนเพื่อป้องกันการปลอมแปลง:
- เครื่องหมาย มอก.: เช่น มอก. 24-2559 (เหล็กข้ออ้อย) หรือ มอก. 20-2559 (เหล็กเส้นกลม)
- ชั้นคุณภาพ: ระบุความแข็งแรง เช่น SD40 หรือ SD50
- ข้อมูลผู้ผลิต: ยี่ห้อหรือโลโก้บริษัท และขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางที่ชัดเจน
2. เช็ก “เหล็กเต็ม” vs “เหล็กเบา”
อย่าดูแค่ราคาต่อเส้น เพราะเหล็กที่ถูกผิดปกติอาจเป็น “เหล็กเบา” (ไม่ได้มาตรฐานน้ำหนัก) ซึ่งอันตรายต่อโครงสร้าง วิธีเช็กเบื้องต้นคือการตรวจสอบน้ำหนักต่อเมตร เช่น:
- เหล็ก 12 มม.: ควรหนักประมาณ 0.89 กก./เมตร
- เหล็ก 16 มม.: ควรหนักประมาณ 1.58 กก./เมตร
- เหล็ก 20 มม.: ควรหนักประมาณ 2.47 กก./เมตร
3. ตรวจสอบสภาพผิวภายนอก
เหล็กที่ดีต้องพร้อมใช้งานทันทีที่มาถึงหน้างาน เราจึงต้องตรวจสอบสภาพผิวภายนอก โดยสังเกตจาก:
- ไม่มีสนิมขุม: ผิวเหล็กอาจมีสีแดงจากสนิมผิวได้บ้าง แต่ต้องไม่มีรอยกัดเซาะลึกเข้าไปในเนื้อเหล็ก (สนิมขุม) เพราะจะทำให้เหล็กเปราะ
- ไม่มีรอยแตกร้าว: เนื้อเหล็กต้องเนียนสม่ำเสมอ ไม่บิ่นหรือปริแตกจากกระบวนการรีด
- รูปทรงตรง: ไม่บิดเบี้ยวหรือคดงอจากการเก็บรักษาที่ผิดวิธี
4. วางแผนปริมาณการสั่งซื้อเพื่อลดต้นทุน
ความคุ้มค่าไม่ได้มาจากราคาสินค้าเพียงอย่างเดียว แต่มาจาก “ค่าขนส่ง”:
- ซื้อยกเที่ยว: การสั่งซื้อปริมาณมากในครั้งเดียว หรือสั่งรวมกับวัสดุก่อสร้างชนิดอื่น จะช่วยเฉลี่ยค่าขนส่งให้ต่ำลง ทำให้ต้นทุนต่อหน่วยถูกกว่าการซื้อปลีกย่อยหลายรอบ
5. เลือกผู้ขายที่ไว้ใจได้
ปัจจัยสุดท้ายคือซื้อเหล็กจากร้านที่มีความน่าเชื่อถืออย่าง “พรณรงค์โลหะกิจ” ที่ให้ความสำคัญกับ:
- ความรวดเร็วในการจัดส่ง: ช่วยให้หน้างานไม่ต้องหยุดชะงัก
- บริการหลังการขาย: มีผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาและรับประกันคุณภาพสินค้า
- สต็อกสินค้าที่มั่นคง: มั่นใจได้ว่าจะได้ของครบตามสเปกและทันเวลา
การเลือกเหล็กเส้นที่ได้มาตรฐาน มอก. และตรวจสอบน้ำหนักอย่างถูกต้องจากผู้ขายที่เชื่อใจได้ คือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดเพื่อรากฐานที่แข็งแรงของอาคาร
ส่องเทรนด์ แนวโน้มราคาเหล็ก 2569
ยุค “เหล็กถูก” สิ้นสุดลง เมื่อคุณภาพและมาตรการรัฐบีบอัดตลาด อุตสาหกรรมเหล็กไทยในปี 2569 กำลังก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ จากเดิมที่เคยเผชิญกับสงครามราคาและการทุ่มตลาดอย่างหนัก กำลังจะถูกแทนที่ด้วยโครงสร้างราคาใหม่ที่สะท้อน “ต้นทุนคุณภาพที่แท้จริง” โดยมีปัจจัยบีบคั้นจากทั้งภายในและภายนอกประเทศ ดังนี้:
1. แรงบีบจากภายใน: มาตรการ AD และการคุมกำเนิดโรงงานใหม่
ภาครัฐไทยยกระดับความเข้มงวดเพื่อปกป้องผู้ผลิตในประเทศที่กำลังวิกฤต (กำลังการผลิตต่ำกว่า 30%) ผ่าน 2 กลไกหลัก:
- กำแพงภาษี Anti-Dumping (AD): มีการต่ออายุและเพิ่มรายการจัดเก็บภาษีเหล็กนำเข้าจากจีนและเวียดนาม เช่น เหล็กโครงสร้างรูปตัว H และเหล็กแผ่นรีดเย็น ซึ่งทำหน้าที่เป็น “ฐานราคา” ไม่ให้ราคาเหล็กในประเทศดิ่งลงต่ำตามการทุ่มตลาด
- มาตรการหยุดการขยายตัว: กระทรวงอุตสาหกรรมสั่งห้ามตั้งหรือขยายโรงงานเหล็กเส้นทั่วประเทศ (มีผล ก.ย. 2568) เพื่อลดปัญหาอุปทานล้นตลาด และบีบให้ผู้ผลิตรายเดิมต้องพัฒนาไปสู่มาตรฐาน Green Steel
2. คลื่นยักษ์จากจีน: ระบบใบอนุญาตส่งออก 2026
ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 จีนเริ่มบังคับใช้ระบบ “ใบอนุญาตส่งออก” ที่เข้มงวด ซึ่งจะส่งผลกระทบแบบ Supply Shock ทันที:
- เหล็กเกรดต่ำหายไป: โรงงานจีนที่ไม่ได้มาตรฐานหรือสร้างมลพิษสูงจะไม่ได้รับอนุญาตให้ส่งออก ทำให้ “เหล็กราคาถูกผิดปกติ” ที่เคยทะลักเข้าไทยหายไปจากระบบ
- การคัดกรองคุณภาพ: จีนเปลี่ยนนโยบายจากเน้นปริมาณมาเป็นเน้นคุณภาพ ทำให้สินค้าที่ส่งออกมามีต้นทุนสูงขึ้นตามมาตรฐานใหม่
3. ปัญหาเรื้อรังของเหล็ก IF (Induction Furnace)
ในตลาดไทยยังคงได้รับผลกระทบจากเหล็กที่ผลิตด้วยระบบ IF ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเก่าที่จีนยกเลิกไปแล้ว แม้จะมีราคาถูกแต่มีความเสี่ยงด้านคุณภาพ (Inclusion สูง ความแข็งแรงไม่สม่ำเสมอ) หากภาครัฐบังคับใช้มาตรฐาน มอก. ที่เข้มงวดขึ้นในปี 2569 จะทำให้อุปทานเหล็กกลุ่มนี้ลดลง และหนุนให้เหล็กคุณภาพสูง (EAF) กลับมามีบทบาทมากขึ้น
สรุปทิศทางราคา: “ปรับขึ้นบนฐานความผันผวน”
คาดการณ์ว่า ราคาเหล็กในปี 2569 มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น จากภาวะต้นทุนผลัก (Cost-Push) ทั้งจากภาษีนำเข้าและนโยบายคัดกรองของจีน แม้ความต้องการใช้ในภาคอสังหาริมทรัพย์จะยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ แต่ “ราคาฐาน” จะถูกยกระดับขึ้นโดยปริยาย
คำแนะนำสำหรับผู้ประกอบการ: ยุคของเหล็กราคาถูกสิ้นสุดลงแล้ว การประเมินงบประมาณโครงการ (Bidding) ในปี 2569 ควรเผื่อ Cost Buffer และให้ความสำคัญกับการตรวจสอบ Mill Certificate อย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านการขาดแคลนสินค้าและมาตรฐานงานก่อสร้าง
ขอบคุณข้อมูลจาก ฐานเศรษฐกิจ
คำถามที่พบบ่อย
ราคาเหล็กเส้นมีความผันผวนตามกลไกตลาดโลก โดยในปี 2569 มีปัจจัยหลักคือ มาตรการภาษีตอบโต้การทุ่มตลาด (AD) จากจีนและเวียดนาม, นโยบายใบอนุญาตส่งออกใหม่ของจีนที่เน้นเหล็กคุณภาพสูง, และต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นจากการควบคุมมาตรฐานสิ่งแวดล้อม (Green Steel)
วิธีที่แม่นยำที่สุดคือการตรวจสอบน้ำหนักต่อเมตรตามมาตรฐาน มอก. เช่น เหล็ก 12 มม. ควรหนักประมาณ 0.89 กก./เมตร และเหล็ก 16 มม. ควรหนักประมาณ 1.58 กก./เมตร หากน้ำหนักน้อยกว่าเกณฑ์อย่างมีนัยสำคัญถือว่าเป็น “เหล็กเบา” ซึ่งไม่ได้มาตรฐานความปลอดภัย
บนเนื้อเหล็กต้องมีตัวนูนระบุข้อมูลครบถ้วน ได้แก่ 1. เครื่องหมาย มอก. (เช่น มอก. 24-2559 สำหรับเหล็กข้ออ้อย) 2. ชั้นคุณภาพ (เช่น SD40 หรือ SD50) และ 3. ข้อมูลผู้ผลิตหรือยี่ห้อ พร้อมระบุขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางที่ชัดเจน
สั่งซื้อเหล็กก่อสร้าง มาตรฐานมอก. ได้ที่ หจก.พรณรงค์ โลหะกิจ ผู้จัดจำหน่ายเหล็กก่อสร้าง ทุกชนิด เหล็กเส้น เหล็กกล่อ ท่อกลมดำ พร้อมบริการจัดส่งทั่วประเทศ
สั่งซื้อเหล็ก มาตรฐาน มอก. เช็คราคาล่าสุดของเหล็ก มอก. ได้ที่ พรณรงค์ โลหะกิจ
- โทร. 02-287-4097 / 090-456-1183 (มือถือ)
- Line : PNRLOHAKIT
ติดต่อเรา/เช็คราคาเหล็ก
- Facebook : หจก.พรณรงค์ โลหะกิจ
- โทร/แฟกซ์
- 02-287-4097
- 090-456-1183 (มือถือ)
- Email : [email protected]
- LINE ID : PNRLOHAKIT
- แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/1ZaZpTCZGdeLgqwVA







