
เช็คราคาเหล็กเส้น วันนี้
โทร. 02-287-4097 / 090-456-1183 (มือถือ)
Line : PNRLOHAKIT
ในการเลือกซื้อวัสดุก่อสร้าง สิ่งที่เป็นหัวใจหลักและใช้งบประมาณสูงคือ “เหล็กเส้น” โดยเฉพาะ “เหล็กข้ออ้อย” (Deformed Bars) ที่ใช้ในงานโครงสร้าง แต่เมื่อต้องสั่งซื้อจริง หลายคนมักสับสนกับรหัส SD40, SD40T หรือ SD50 บนตัวเหล็ก
บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจความแตกต่าง เพื่อให้การ สั่งซื้อเหล็กเส้น ครั้งต่อไปของคุณได้อย่างถูกต้องและคุ้มค่า
เหล็กข้ออ้อย คืออะไร
ในการก่อสร้างบ้านหรืออาคาร สิ่งหนึ่งที่เป็นหัวใจหลักของโครงสร้างก็คือ “เหล็กเส้น” โดยเฉพาะ “เหล็กข้ออ้อย”(Deformed Bars) ที่ทำหน้าที่ประสานกับคอนกรีตเพื่อรับแรงดึง แต่หลายคนมักจะสับสนเมื่อเห็นตัวย่ออย่าง SD40, SD40T หรือ SD50 บนตัวเหล็ก ตัวเลขและตัวอักษรเหล่านี้ไม่ใช่แค่รหัสสินค้า แต่คือ “ชั้นคุณภาพ” ที่กำหนดความแข็งแรงและความปลอดภัยของอาคาร
ชั้นคุณภาพเหล็กข้ออ้อย (Grade) SD40 SD50 คืออะไร?
ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่า SD ย่อมาจาก Steel Deformed ซึ่งหมายถึงเหล็กเส้นที่มีบั้งหรือข้ออ้อยรอบเส้น เพื่อช่วยในการยึดเกาะกับคอนกรีตได้ดีกว่าเหล็กเส้นกลมทั่วไป
ตัวเลขที่ตามหลัง (40, 50) คือค่า Yield Strength หรือกำลังรับแรงดึงจุดครากต่ำสุด ซึ่งหมายความว่าเหล็กนั้นสามารถรับแรงดึงได้เท่าไหร่ก่อนที่จะเริ่มเสียรูปถาวร
- SD40: รับแรงดึงได้ไม่น้อยกว่า 4,000 kg/cm2
- SD50: รับแรงดึงได้ไม่น้อยกว่า 5,000 kg/cm2
ความต่าง: SD40 vs SD40T (ตัว T คืออะไร?)
นี่คือคำถามที่พบบ่อยที่สุดในวงการก่อสร้าง SD40 และ SD40T มีค่าการรับแรงดึงเท่ากันที่ 4,000 kg/cm2 ตามมาตรฐาน มอก. 24-2559 แตกต่างกันที่ “กระบวนการผลิต”
เหล็กข้ออ้อย SD40 และ SD40T ทั้งสองประเภท ถูกออกแบบให้มีคุณสมบัติตรงตามมาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก.) โดยเฉพาะในด้าน กำลังดึง ความยืดตัว และการดัดโค้ง ดังนั้น ในแง่ของคุณสมบัติทางกล ทั้งสองประเภทมีประสิทธิภาพใกล้เคียงกัน และสามารถใช้งานในงานก่อสร้างได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องความแข็งแรงทางโครงสร้าง
เหล็กข้ออ้อย SD40 (Hot Rolled)
ผลิตโดยการรีดร้อนแล้วปล่อยให้เย็นตัวลงตามธรรมชาติ หรือมีการเติมธาตุผสม (Alloying) เพื่อเพิ่มความแข็งแรง
- การใช้งาน: เนื้อเหล็กมีความสม่ำเสมอทั้งเส้น แข็งแรงแต่ไม่ทนทานต่อการบิด ความยืดหยุ่นน้อยกว่า สามารถใช้ข้อต่อทางกลได้ และ เนื้อเหล็กสามารถต้องกลึงผิวได้
เหล็กข้ออ้อย SD40T (Tempcore)
ตัว “T” ย่อมาจาก Tempcore คือกระบวนการรีดร้อนแล้วผ่านการฉีดละอองน้ำแรงดันสูงเพื่อ “ชุบแข็ง” ที่ผิวหน้าทันที (Heat Treatment) ทำให้ผิวชั้นนอกแข็งมาก แต่แกนกลางยังอ่อนนุ่ม
- การใช้งาน: เนื้อเหล็กด้านนอกแข็งด้านในมีความยืดหยุ่น แข็งแรงและทนทานสูง ความยืดหยุ่นสูงทนทานต่อการขยายตัว เหมาะกันงานเชื่อม ปริมาณธาตุผสมน้อยกว่าสามารถเชื่อมได้ง่ายกว่า
ตารางเปรียบเทียบคุณสมบัติ SD40T และ SD40
| คุณสมบัติ | SD40T | SD40 |
|---|---|---|
| กระบวนการผลิต | ผ่านการอบชุบด้วยความร้อน (Tempcore) | กระบวนการผลิตทั่วไป |
| ความแข็งแรง | แข็งแรงและทนทานสูง | แข็งแรงแต่ไม่ทนทานต่อการบิด |
| ความยืดหยุ่น | ความยืดหยุ่นสูงและทนทานต่อการขยายตัว | ความยืดหยุ่นน้อยกว่า |
| การต่อเหล็กข้ออ้อย | เหมาะกับงานเชื่อม ปริมาณธาตุผสมน้อยกว่า สามารถใช้ข้อต่อทางกลได้ |
สามารถเชื่อมได้ง่ายกว่า เนื้อเหล็กสามารถต้องกลึงผิวได้ |
| ต้นทุน | ราคาถูกกว่า เหล็ก NON-T | ราคาสูงกว่า เหล็ก T |
SD40 vs SD50 ต่างกันอย่างไร? เลือกตัวไหนดี?
หากคุณกำลังลังเลระหว่าง SD40 และ SD50 จุดตัดสินใจหลักคือ “ขนาดและประเภทของโครงการ”
- กำลังรับแรง: เหล็กข้ออ้อย SD50 รับแรงได้มากกว่า SD40 นั่นหมายความว่าในงานวิศวกรรมบางประเภท การใช้ SD50 อาจช่วยลดจำนวนเส้นเหล็กหรือลดขนาดหน้าตัดของเสาและคานลงได้ ทำให้พื้นที่ใช้สอยในอาคารเพิ่มขึ้น
- ความเหนียวและการดัด: SD40 มีความยืดหยุ่นสูงกว่า ดัดง่ายกว่า ส่วน SD50 จะมีความแข็งและเปราะกว่า หากช่างไม่มีเครื่องมือดัดที่ได้มาตรฐาน อาจทำให้เหล็กหักหรือร้าวได้
- ความคุ้มค่า: สำหรับบ้านพักอาศัย 1-2 ชั้นทั่วไป เหล็กเส้น SD40 หรือ SD40T ถือว่าเพียงพอและเป็นมาตรฐานสากล แต่สำหรับอาคารสูง โรงงาน หรือโครงสร้างที่รับน้ำหนักมหาศาล SD50 จะตอบโจทย์ในแง่การลดปริมาณเหล็กโดยรวม
ตารางเปรียบเทียบเหล็ก SD40, SD40T (Tempcore), SD50
| หัวข้อเปรียบเทียบ | SD40 | SD40T (Tempcore) | SD50 |
|---|---|---|---|
| การรับแรงดึง (fy) | ไม่น้อยกว่า 4,000 kg/cm² |
ไม่น้อยกว่า 4,000 kg/cm² |
ไม่น้อยกว่า 5,000 kg/cm² |
| คุณสมบัติทางกายภาพ | ยืดหยุ่นสูง ดัดง่าย | เหนียวเป็นพิเศษ ทนการขยายตัวดี |
แข็งและเปราะกว่า ดัดยาก |
| การเชื่อม (Welding) | ทั่วไป | ดีมาก (มีปริมาณธาตุผสมน้อย) |
เชื่อมยาก (ต้องควบคุมความร้อนสูง) |
| การกลึงผิวเหล็ก | กลึงได้ดี เนื้อเหล็กสม่ำเสมอ |
ทำได้ยาก (ผิวชั้นนอกถูกชุบแข็ง) |
กลึงได้ เนื้อเหล็กสม่ำเสมอ |
| การใช้งานหลัก | บ้านพักอาศัย 1-2 ชั้นทั่วไป |
งานโครงสร้างที่เน้น การเชื่อม/ดัด |
อาคารสูงหรือ โครงสร้างรับน้ำหนักมาก |
| ราคาเปรียบเทียบ | มาตรฐาน | ถูกกว่าเหล็ก Non-T | แพงกว่า |
3 เทคนิคการเลือกซื้อเหล็กเส้นให้ได้ของมีคุณภาพ
เพื่อให้คุณได้ เหล็กเส้นคุณภาพ ในราคาที่สมเหตุสมผล ควรพิจารณาดังนี้:
- เช็กสัญลักษณ์บนตัวเหล็ก: ต้องมีชื่อยี่ห้อ, ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง (เช่น DB12, DB16), ชั้นคุณภาพ (SD40) และที่สำคัญต้องมีเครื่องหมาย มอก. ประทับอยู่ชัดเจน
- เลือกซื้อจากเหล็กโรงใหญ่จากผู้ขายที่น่าเชื่อถือ: สั่งซื้อเหล็กจากพรณรงค์โลหะกิจ ได้เหล็กจากโรงงานที่ได้มาตรฐาน (เหล็กเต็ม) จะมีน้ำหนักและขนาดที่แน่นอน ช่วยให้โครงสร้างมั่นคงและผ่านการตรวจสอบงานได้ง่าย
- ตรวจสอบใบรับรองผลการทดสอบ (Mill Test Certificate): ทุกครั้งที่สั่งซื้อเหล็กจำนวนมาก ควรขอดูใบเซอร์ฯ เพื่อยืนยันว่าเหล็กล็อตนั้นผ่านการทดสอบแรงดึงจริง
- ตรวจสอบราคาเหล็กเส้นวันนี้: ราคาเหล็กมีการผันผวนตามตลาดโลก การเช็กราคาล่วงหน้าและการสั่งซื้อในปริมาณมาก (ยกเที่ยว) มักจะได้ราคาที่ถูกกว่าการซื้อปลีก
สรุป: ซื้อเหล็กข้ออ้อยแบบไหนดี?
การเลือกซื้อ เหล็กเส้น ไม่ใช่แค่ดูที่ราคา แต่ต้องดูที่ “แบบวิศวกรรม” กำหนดมาเป็นอันดับแรก
- ถ้าวิศวกรระบุ SD40 แต่หาซื้อได้แต่ SD40T สามารถใช้แทนกันได้ตามมาตรฐาน มอก.
- แต่ถ้าวิศวกรระบุ SD50 “ห้าม” นำ SD40 มาใช้แทนเด็ดขาด เพราะค่าการรับแรงต่างกันมาก อาจส่งผลต่อความปลอดภัยของอาคารได้
Tips : ก่อนรับของทุกครั้ง ให้เช็กที่ “ตัวนูน” บนผิวเหล็ก ต้องมีสัญลักษณ์ยี่ห้อ ขนาด และชั้นคุณภาพ (SD40/50) ที่ชัดเจน เพื่อป้องกันการนำเหล็กเบาหรือเหล็กไม่ได้มาตรฐานมาใช้งาน
คำถามที่พบบ่อย
ความแตกต่างหลักอยู่ที่ “กำลังรับแรงดึงจุดคราก” (Yield Strength) โดย SD40 สามารถรับแรงดึงได้ไม่น้อยกว่า 4,000kg/cm2 เหมาะสำหรับบ้านพักอาศัยทั่วไป ส่วน SD50 รับแรงดึงได้สูงกว่าคือไม่น้อยกว่า 5,000 kg/cm2 ออกแบบมาเพื่ออาคารสูงหรือโครงสร้างที่รับน้ำหนักมหาศาล ซึ่งช่วยลดจำนวนเส้นเหล็กหรือขนาดหน้าตัดเสาคานลงได้
ตัว “T” ย่อมาจาก Tempcore คือกระบวนการรีดร้อนแล้วชุบแข็งด้วยละอองน้ำแรงดันสูงทันที ทำให้ผิวชั้นนอกแข็งแต่แกนกลางเหนียว ในแง่การรับแรงดึง SD40T มีประสิทธิภาพเท่ากับ SD40 ตามมาตรฐาน มอก. 24-2559 แต่ SD40T จะมีจุดเด่นที่ “คุ้มค่าที่สุด” เพราะเชื่อมง่ายกว่า มีความยืดหยุ่นสูง และราคามักถูกกว่าเหล็กที่เติมธาตุผสม (Non-T)
ให้สังเกตที่ “ตัวนูน” บนเนื้อเหล็กทุกๆ ระยะประมาณ 1 เมตร ซึ่งต้องระบุข้อมูลครบถ้วน 4 ส่วน คือ: 1. ชื่อยี่ห้อหรือตราสินค้า 2. ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง (เช่น 12, 16) 3. ชั้นคุณภาพ (เช่น SD40, SD40T หรือ SD50) และ 4. เครื่องหมาย มอก. ที่ชัดเจน หากไม่มีสัญลักษณ์เหล่านี้อาจเป็นเหล็กไม่ได้มาตรฐาน
สั่งซื้อเหล็กก่อสร้าง มาตรฐานมอก. ได้ที่ หจก.พรณรงค์ โลหะกิจ ผู้จัดจำหน่ายเหล็กก่อสร้าง ทุกชนิด เหล็กเส้น เหล็กกล่อ ท่อกลมดำ พร้อมบริการจัดส่งทั่วประเทศ
สั่งซื้อเหล็ก มาตรฐาน มอก. เช็คราคาล่าสุดของเหล็ก มอก. ได้ที่ พรณรงค์ โลหะกิจ
- โทร. 02-287-4097 / 090-456-1183 (มือถือ)
- Line : PNRLOHAKIT
ติดต่อเรา/เช็คราคาเหล็ก
- Facebook : หจก.พรณรงค์ โลหะกิจ
- โทร/แฟกซ์
- 02-287-4097
- 090-456-1183 (มือถือ)
- Email : [email protected]
- LINE ID : PNRLOHAKIT
- แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/1ZaZpTCZGdeLgqwVA







