
เช็คราคาเหล็กเส้น วันนี้
โทร. 02-287-4097 / 090-456-1183 (มือถือ)
Line : PNRLOHAKIT
งานก่อสร้างโครงสร้างเหล็กและงานปูน สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้ในการเชื่อมต่อและเสริมความแข็งแรงให้กับอาคารก็คือ “เหล็กเพลท” (Steel Plate) หรือแผ่นเพลทเหล็กสำเร็จรูป การเลือกใช้ขนาดและประเภทที่ถูกต้องไม่เพียงแต่ช่วยให้งานเสร็จไวขึ้น แต่ยังส่งผลโดยตรงต่อความปลอดภัยและความมั่นคงของโครงสร้างทั้งหมด บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจเกี่ยวกับเหล็กเพลท วิธีการใช้งาน ตารางขนาดมาตรฐาน พร้อมสูตรคำนวณน้ำหนักที่ช่วยประหยัดงบประมาณได้อย่างแม่นยำ
ทำความรู้จัก “เหล็กเพลท” คืออะไร? มีความสำคัญอย่างไรในงานวิศวกรรม
เหล็กเพลท คือ แผ่นเหล็กรูปพรรณ (ส่วนใหญ่ผลิตจากแผ่นเหล็กดำ คุณภาพมาตรฐาน SS400) ที่นำมาผ่านกระบวนการตัดแต่งขึ้นรูปเป็นทรงต่าง ๆ เช่น สี่เหลี่ยม วงกลม หรือรูปทรงตามแบบ เพื่อนำไปใช้งานเฉพาะทาง
หน้าที่สำคัญของเหล็กเพลทในงานโครงสร้าง:
- กระจายแรงและน้ำหนัก: ทำหน้าที่รองรับและกระจายน้ำหนักจากโครงสร้างส่วนบนลงสู่เสาหรือฐานราก ช่วยลดภาระแบกรับของเสาปูนและเสาเหล็ก
- จุดเชื่อมยึดประสิทธิภาพสูง: ใช้เป็นตัวกลางในการเชื่อมต่อระหว่างโครงสร้างต่างชนิดกัน เช่น การปิดหัวเสาเพื่อยึดติดกับโครงหลังคาเหล็ก หรือยึดฐานเสาเหล็กเข้ากับพื้นคอนกรีต
- เพิ่มความเสถียร: ช่วยให้โครงสร้างอาคาร โกดัง โรงจอดรถ หรือรั้ว มีความมั่นคงแข็งแรง ไม่เอนเอียงง่าย
ตัด เจาะรูเหล็กเพลท ตามแบบด้วยระบบ CNC เลเซอร์ และ แก๊ส
- บริการสั่งตัดเหล็กเพลทตัดรูปแบบต่างๆ บริการเจาะรู
- ไม่มีขั้นต่ำในการสั่งตัด
- มีความแม่นยำสูง ด้วยระบบคอมพิวเตอร์
- ตัด เจาะรูได้ทุกความหนา หนาแค่ไหนก็ทำได้
โทร. 02-287-4097 / 090-456-1183 (มือถือ)
Line : PNRLOHAKIT
ผลงาน เหล็กเพลท เจาะรู จาก พรณรงค์ โลหะกิจ
ตารางขนาดเหล็กเพลทมาตรฐานยอดนิยม และการใช้งาน
ในการใช้งานทั่วไป เหล็กเพลทจะมีขนาดและความหนาที่หลากหลาย ขึ้นอยู่กับน้ำหนักที่ต้องรองรับ โดยขนาดที่ช่างและผู้รับเหมานิยมเลือกใช้บ่อยที่สุด มีดังนี้:
| ขนาด (นิ้ว) | ความหนา (mm) | น้ำหนัก (Kg) |
|---|---|---|
| 4″ x 4″ | 4 | 0.4 |
| 6 | 0.5 | |
| 8 | 0.63 | |
| 9 | 0.71 | |
| 10 | 0.8 | |
| 5″ x 5″ | 4 | 0.49 |
| 6 | 0.8 | |
| 8 | 1 | |
| 9 | 1.15 | |
| 10 | 1.23 | |
| 6″ x 6″ | 4 | 0.7 |
| 6 | 1.1 | |
| 8 | 1.41 | |
| 9 | 1.6 | |
| 10 | 1.8 | |
| 7″ x 7″ | 4 | 0.96 |
| 6 | 1.45 | |
| 8 | 2 | |
| 9 | 2.24 | |
| 10 | 2.49 | |
| 8″ x 8″ | 4 | 1.26 |
| 6 | 1.9 | |
| 8 | 2.51 | |
| 9 | 2.9 | |
| 10 | 3.15 | |
| 10″ x 10″ | 4 | 2 |
| 6 | 3 | |
| 8 | 4.07 | |
| 9 | 4.58 | |
| 10 | 5 | |
| 12″ x 12″ | 4 | 2.93 |
| 6 | 4.4 | |
| 8 | 5.86 | |
| 9 | 6.6 | |
| 10 | 7.3 |
บริการเสริมพิเศษ: สำหรับงานที่ต้องการความแม่นยำสูง หน้างานเฉพาะทาง สามารถเลือกใช้บริการ รับตัดเหล็กเพลทตามขนาด ทั้งแบบเหล็กเพลทเหลี่ยม เหล็กเพลทกลม หรือแผ่นเพลทฉลุลายด้วยระบบงานตัดเลเซอร์ เพื่อให้ได้ชิ้นงานที่ตรงกับพิมพ์เขียวมากที่สุด ได้ที่ พรณรงค์ โลหะกิจ โทร. 02-287-4097 / 090-456-1183(มือถือ) Line : PNRLOHAKIT
รูปแบบการเจาะรูเหล็กเพลท และเทคนิคระยะขอบที่ถูกต้อง
การเจาะรูบนเหล็กเพลทมีไว้สำหรับใส่น็อต สลักเกลียว (Bolt) หรือพุ๊กเหล็ก เพื่อยึดติดกับพื้นผิว โดยสามารถจำแนกออกเป็น 3 รูปแบบหลัก ตามลักษณะการใช้งาน:
1. การเจาะรูวงกลม (Round Hole)
- ลักษณะ: รูเจาะขนาดตายตัว พอดีกับขนาดของน็อตหรือพุ๊ก รองรับขนาดตั้งแต่ 8 มิลลิเมตรขึ้นไป
- ข้อดี: ยึดแน่นหนา มั่นคงสูง ชิ้นงานไม่สามารถขยับหรือเลื่อนไปมาได้หลังจากติดตั้ง
- เหมาะสำหรับ: หน้างานที่มีการวัดระยะและกำหนดพิกัดมาอย่างแม่นยำแน่นอนแล้ว
2. การเจาะรูสล็อต หรือรูแคปซูล (Slot Hole)
- ลักษณะ: รูเจาะยาวรีคล้ายแคปซูล โดยทั่วไปนิยมทำที่ขนาดรู 10 มิลลิเมตร บนความหนาเหล็ก 4-6 มิลลิเมตร
- ข้อดี: สามารถเลื่อนขยับตัวน็อตเพื่อปรับระยะเยื้องได้เล็กน้อย
- เหมาะสำหรับ: งานติดตั้งที่ต้องการความยืดหยุ่น หน้างานที่ไม่ตายตัว หรือป้องกันความคลาดเคลื่อนระหว่างรอยต่อ
3. การเจาะรู 2 ขนาด หรือรูน้ำเต้า (Dual-Size Hole)
- ลักษณะ: ออกแบบให้มีขนาดรูที่ต่างกันสองขนาดในช่องเดียวกัน
- ข้อดี: สามารถปรับเปลี่ยนไปใช้ใส่น็อตหรือพุ๊กได้ 2 ขนาดตามความเหมาะสม และเลื่อนปรับระยะได้หากใช้น็อตขนาดเล็ก
- เหมาะสำหรับ: งานโครงสร้างทั่วไป งานต่อเติม หรือการนำไปประยุกต์ใช้ในงาน DIY ที่ต้องการความหลากหลาย
💡 ช่างควรรู้ – ระยะเจาะรูที่ปลอดภัย: โดยทั่วไป ระยะจาก “ขอบเหล็กถึงจุดกึ่งกลางรูเจาะ” ควรอยู่ที่ประมาณ 1.5 เซนติเมตร (15 มม.) เป็นอย่างน้อย ทั้งนี้หากรูเจาะมีขนาดใหญ่ขึ้น ช่างจำเป็นต้องขยับระยะขอบให้กว้างขึ้นตามไปด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้เนื้อเหล็กบริเวณขอบบางเกินไปจนเกิดอาการ “รูขาดหรือรูแหว่ง” ซึ่งจะทำให้ไม่สามารถรับแรงดึงจากการยึดพุ๊กเหล็กได้
แนะนำเพิ่มเติม: “เหล็กแผ่นลาย” อีกหนึ่งทางเลือกเพื่อความปลอดภัย
นอกเหนือจากเหล็กเพลทผิวเรียบแล้ว ยังมี เหล็กแผ่นลาย (Chequered Plate) เช่น ลายตีนไก่ ลายตีนเป็ด หรือลายดอก ซึ่งเกิดจากการนำเหล็กกล้าไปผ่านกระบวนการรีดร้อนเพื่อให้เกิดลวดลายนูนที่เด่นชัด มีคุณสมบัติเด่นในด้านความทนทานต่อแรงเสียดทานสูง ช่วยป้องกันการลื่นล้ม และลดการกักเก็บน้ำขังได้ดี จึงนิยมนำไปปูพื้นทางเดิน พื้นบันไดอาคาร บันไดรถบรรทุก และพื้นรถยนต์ทั่วไป
วิธีการคำนวณน้ำหนักเหล็กแผ่น SS400 ป้องกันงบประมาณบานปลาย
การคำนวณน้ำหนักเหล็กแผ่นได้อย่างแม่นยำ ถือเป็นทักษะสำคัญที่ช่วยให้ผู้รับเหมาและโรงงานอุตสาหกรรมสามารถประเมินความแข็งแรงของโครงสร้าง โครงสร้างราคา ตลอดจนค่าใช้จ่ายในการขนส่งได้อย่างถูกต้อง โดยเหล็กดำเกรด SS400 มีค่าความหนาแน่นมาตรฐานอยู่ที่ 7,850 kg/m3 (หรือ 0.00785 g/mm3)
สูตรคำนวณน้ำหนักเหล็กแผ่นมาตรฐาน
น้ำหนักของแผ่นเพลท = ความหนา(มิลลิเมตร) x ความกว้าง(เซ็นติเมตร) x ความยาว(เซ็นติเมตร) x 0.000785
ตัวอย่างการคำนวณ
หากต้องการทราบน้ำหนักของแผ่นเพลท ความหนา 25 มิลลิเมตร ความกว้าง 40 เซ็นติเมตร ความสูง 40 เซ็นติเมตร
น้ำหนัก = 25 x 40 x 40 x 0.000785 = 4 กิโลกรัม/แผ่น
สรุป: เลือกซื้อเหล็กเพลทอย่างไรให้คุ้มค่าที่สุด?
การเลือกใช้งานเหล็กเพลทให้ตอบโจทย์และประหยัดต้นทุน ควรพิจารณาจากขนาดและความหนาที่เหมาะสมกับประเภทงาน หากเป็นงานโครงการขนาดใหญ่ที่มีแบบแปลนเฉพาะ การเลือกใช้บริการ รับตัดเลเซอร์เหล็ก และผลิตเหล็กเพลทพร้อมเจาะรูสำเร็จรูปจากโรงงานที่ได้มาตรฐาน จะช่วยลดระยะเวลาในการทำงานของช่างหน้างาน ได้ชิ้นงานที่สม่ำเสมอ และช่วยควบคุมงบประมาณไม่ให้บานปลายได้อย่างดีที่สุด
คำถามที่พบบ่อย
เหล็กเพลท คือ แผ่นเหล็กรูปพรรณ (มักผลิตจากแผ่นเหล็กดำ เกรดมาตรฐาน SS400) ที่นำมาตัดแต่งเป็นรูปทรงต่างๆ เช่น สี่เหลี่ยม หรือวงกลม มีหน้าที่สำคัญ 3 ประการคือ:
-
กระจายแรงและน้ำหนัก จากโครงสร้างส่วนบนลงสู่เสาหรือฐานราก
-
เป็นจุดเชื่อมยึด ระหว่างโครงสร้างต่างชนิดกัน เช่น ปิดหัวเสายึดกับหลังคา หรือยึดฐานเสากับพื้นคอนกรีต
-
เพิ่มความเสถียร ให้โครงสร้างมีความมั่นคง ไม่เอนเอียง
มี 3 รูปแบบหลัก ดังนี้:
-
-
รูวงกลม (Round Hole): รูขนาดตายตัว ยึดแน่นหนาสูง ไม่ขยับเขยื้อน เหมาะกับงานที่วัดระยะมาแม่นยำแล้ว
-
รูสล็อต/รูแคปซูล (Slot Hole): รูยาวรี ขยับปรับระยะเยื้องได้เล็กน้อย เหมาะกับหน้างานที่ไม่ตายตัวเพื่อป้องกันความคลาดเคลื่อน
-
รู 2 ขนาด/รูน้ำเต้า (Dual-Size Hole): มีสองขนาดในรูเดียว ใส่พุ๊กหรือน็อตได้ 2 ขนาด เหมาะกับงานต่อเติมหรือ DIY ที่ต้องการความหลากหลาย
-
ระยะจาก “ขอบเหล็กถึงจุดกึ่งกลางรูเจาะ” ควรอยู่ที่ อย่างน้อย 1.5 เซนติเมตร (15 มม.) และถ้าหากรูเจาะมีขนาดใหญ่ขึ้น ก็ต้องขยับระยะขอบให้กว้างขึ้นตามไปด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้เนื้อเหล็กขอบบางเกินไปจนเกิดอาการ “รูขาดหรือรูแหว่ง” ซึ่งจะทำให้ไม่สามารถรับแรงดึงจากการยึดพุ๊กเหล็กได้
สั่งซื้อเหล็กก่อสร้าง มาตรฐานมอก. ได้ที่ หจก.พรณรงค์ โลหะกิจ ผู้จัดจำหน่ายเหล็กก่อสร้าง ทุกชนิด เหล็กเส้น เหล็กกล่อ ท่อกลมดำ พร้อมบริการจัดส่งทั่วประเทศ
สั่งซื้อเหล็ก มาตรฐาน มอก. เช็คราคาล่าสุดของเหล็ก มอก. ได้ที่ พรณรงค์ โลหะกิจ
- โทร. 02-287-4097 / 090-456-1183 (มือถือ)
- Line : PNRLOHAKIT
ติดต่อเรา/เช็คราคาเหล็ก
- Facebook : หจก.พรณรงค์ โลหะกิจ
- โทร/แฟกซ์
- 02-287-4097
- 090-456-1183 (มือถือ)
- Email : [email protected]
- LINE ID : PNRLOHAKIT
- แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/1ZaZpTCZGdeLgqwVA
สรุป: เลือกซื้อเหล็กเพลทอย่างไรให้คุ้มค่าที่สุด?




