
เช็ค ราคาเหล็ก วันนี้
โทร. 02-287-4097 / 090-456-1183 (มือถือ)
Line : PNRLOHAKIT
ในปี 2025-2026 อุตสาหกรรมเหล็กของไทยมีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในด้านมาตรฐานและกฎหมาย เพื่อปกป้องผู้บริโภคและเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการในประเทศ
การควบคุมการนำเข้าเหล็ก
สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ได้เพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมการนำเข้าเหล็ก โดยกำหนดให้ผลิตภัณฑ์เหล็ก 308 รายการต้องขออนุญาตก่อนนำเข้า เพื่อป้องกันการลักลอบนำเข้าสินค้าเถื่อนและสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน
อย่างไรก็ตาม คุณสามารถตรวจสอบรายชื่อมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์เหล็กได้จากเว็บไซต์ของ สมอ. ซึ่งมีการระบุเลขที่มาตรฐาน (มอก.) และชื่อมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์เหล็ก เช่น:
- มอก. 107-2566: ท่อเหล็กกล้าคาร์บอนสำหรับงานโครงสร้างทั่วไป
- มอก. 1227-2558: เหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อน
- มอก. 1228-2561: เหล็กโครงสร้างรูปพรรณขึ้นรูปเย็น สำหรับงานโครงสร้างทั่วไป
- มอก. 1390-2560: เข็มพืดเหล็กกล้ารีดร้อน
- มอก. 24-2559: เหล็กเส้นเสริมคอนกรีต : เหล็กข้ออ้อย
อย่างไรก็ตาม รายละเอียดของทั้ง 308 รายการไม่ได้ถูกเผยแพร่ในที่สาธารณะทั้งหมดสามารถเข้าถึงรายชื่อมาตรฐานทั้งหมดได้ที่ เว็บไซต์ของ สมอ
การตรวจสอบคุณภาพเหล็กภายในประเทศ
สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ได้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบคุณภาพเหล็กที่ผลิตภายในประเทศ โดยหากพบว่าผู้ผลิตรายใดผลิตเหล็กที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน จะได้รับแจ้งให้แก้ไขภายใน 30 วัน มิฉะนั้นจะถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตและดำเนินคดีตามกฎหมาย และ เพื่อให้แน่ใจว่าผลิตภัณฑ์ที่ออกสู่ตลาดมีคุณภาพตรงตามมาตรฐานที่กำหนด โดยมีมาตรการที่สำคัญดังนี้
1. การแจ้งเตือนและให้เวลาแก้ไขภายใน 30 วัน
เมื่อพบว่าผู้ผลิตเหล็กผลิตสินค้าที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน สมอ. จะมีการแจ้งเตือนให้ปรับปรุงภายในระยะเวลา 30 วัน ซึ่งเป็นโอกาสให้ผู้ประกอบการดำเนินการแก้ไขให้เป็นไปตามข้อกำหนด
2. การสั่งพักใช้ใบอนุญาตสำหรับผู้ฝ่าฝืน
หากผู้ผลิตไม่สามารถปรับปรุงคุณภาพสินค้าตามระยะเวลาที่กำหนด สมอ. มีอำนาจสั่งพักใช้ใบอนุญาตการผลิต ทำให้ผู้ประกอบการไม่สามารถจำหน่ายผลิตภัณฑ์เหล็กได้จนกว่าจะผ่านมาตรฐานที่กำหนด
3. การดำเนินคดีทางกฎหมายต่อผู้ผลิตเหล็กไม่ได้มาตรฐาน
ในกรณีที่พบการละเมิดมาตรฐานอย่างร้ายแรง สมอ. จะดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยโทษสูงสุดสำหรับการจำหน่ายหรือผลิตเหล็กที่ไม่ได้มาตรฐานคือโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
การป้องกันการลักลอบนำเข้าสินค้า
การลักลอบนำเข้าสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานเป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลต่ออุตสาหกรรมภายในประเทศ รวมถึงความปลอดภัยของผู้บริโภค ด้วยเหตุนี้ คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ได้เรียกร้องให้รัฐบาลเพิ่มความเข้มงวดในการควบคุม มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) เพื่อป้องกันการนำเข้าสินค้าที่ไม่ได้คุณภาพเข้าสู่ตลาด
1. การยกเลิกช่องทางการนำเข้าที่อาจใช้ลักลอบสินค้า
สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ได้ร่วมมือกับกรมศุลกากร ยกเลิกช่องทางนำเข้า “EXEMPT 5” ซึ่งเป็นช่องโหว่ที่ทำให้สินค้าบางประเภทสามารถเข้ามาโดยไม่ต้องผ่านการตรวจสอบมาตรฐาน
2. การใช้ระบบ National Single Window (NSW) เพื่อตรวจสอบการนำเข้า
ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2567 เป็นต้นไป ศูนย์เฉพาะกิจรับแจ้งการนำเข้า ได้กำหนดให้ สินค้าควบคุม 144 รายการ ต้องถูกแจ้งข้อมูลผ่านระบบ National Single Window (NSW) ก่อนการนำเข้า เพื่อให้สามารถตรวจสอบได้อย่างโปร่งใสและลดการนำเข้าสินค้าผิดกฎหมาย
3. คุมเข้มสินค้าบนแพลตฟอร์มออนไลน์
ภาครัฐกำหนดให้สินค้าที่จำหน่ายผ่าน แพลตฟอร์มออนไลน์ ต้องแสดงรายละเอียดที่ชัดเจน เช่น เครื่องหมาย มอก. และ QR Code เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบข้อมูลก่อนตัดสินใจซื้อ หากพบการละเมิด กรมการค้าภายในและสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) จะดำเนินคดีตามกฎหมาย

มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.)
สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ได้กำหนดมาตรฐาน มอก. สำหรับผลิตภัณฑ์เหล็กหลายประเภท เพื่อควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายในประเทศ มาตรฐานที่สำคัญ ได้แก่:
1. มอก. 20-2559: เหล็กเส้นเสริมคอนกรีต – เหล็กเส้นกลม
- วันที่ใช้บังคับ: 18 มิถุนายน 2560
- เหล็กเส้นกลมที่ใช้ในงานก่อสร้างเพื่อเสริมคอนกรีต มีคุณสมบัติที่สามารถทนต่อแรงดึงได้ดี เหมาะสำหรับการเสริมคอนกรีตในโครงสร้างที่ต้องการความแข็งแรงสูง เช่น พื้น คาน หรือเสา
2. มอก. 24-2559: เหล็กเส้นเสริมคอนกรีต – เหล็กข้ออ้อย
- วันที่ใช้บังคับ: 18 มิถุนายน 2560
- เหล็กข้ออ้อยที่ใช้ในงานเสริมคอนกรีตเหมาะสำหรับการใช้งานในโครงสร้างต่างๆ เช่น อาคาร พื้น หรือเสาที่ต้องการความแข็งแรงและทนทาน
3. มอก. 50-2561: เหล็กกล้าทรงแบนรีดเย็นเคลือบสังกะสี
- วันที่ใช้บังคับ: 27 สิงหาคม 2563
- เหล็กกล้าทรงแบนรีดเย็นเคลือบสังกะสีโดยกรรมวิธีจุ่มร้อน ใช้ในงานที่ต้องการป้องกันการกัดกร่อน เช่น แผ่นม้วน (Coil Sheets) , เมทัลชีท (Metal Sheet) ฯลฯ
4. มอก. 95-2540: ลวดเหล็กกล้าสำหรับคอนกรีตอัดแรง (PC WIRE)
- วันที่ใช้บังคับ: 30 มีนาคม 2546
- ลวดเหล็กกล้าที่ใช้ในการผลิตคอนกรีตอัดแรง ช่วยเพิ่มความทนทานและความแข็งแรงให้กับโครงสร้างคอนกรีต
5. มอก. 348-2559: เหล็กลวดคาร์บอนต่ำ
- วันที่ใช้บังคับ: 27 กุมภาพันธ์ 2565
- เหล็กลวดที่มีปริมาณคาร์บอนต่ำ ใช้ในการผลิตผลิตภัณฑ์ที่ต้องการความยืดหยุ่นสูง เช่น ลวดสลิง และการใช้งานในโครงสร้างที่ต้องการลดการกัดกร่อน
6. มอก. 420-2540: ลวดเหล็กกล้าตีเกลียวสำหรับคอนกรีตอัดแรง
- วันที่ใช้บังคับ: 30 มีนาคม 2546
- ลวดเหล็กกล้าตีเกลียวใช้ในงานคอนกรีตอัดแรง ช่วยเพิ่มความแข็งแรงและทนทานของคอนกรีตในการใช้งานในโครงสร้างต่างๆ
7. มอก. 1227-2558: เหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อน
- วันที่ใช้บังคับ: 15 มีนาคม 2560
- เหล็กที่ใช้ในโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อน เช่น เหล็กเอชบีม H-beam, ไอบีม I-beam, คัทบีม Cut-Beam, เหล็กรางน้ำ Channel หรือเหล็กที่ใช้ในงานโครงสร้างที่ต้องรับน้ำหนักมาก
8. มอก. 1228-2561: เหล็กโครงสร้างรูปพรรณขึ้นรูปเย็น
- วันที่ใช้บังคับ: 23 กุมภาพันธ์ 2564
- เหล็กโครงสร้างรูปพรรณที่ขึ้นรูปเย็น ใช้ในงานโครงสร้างที่มีข้อกำหนดเฉพาะในการทนต่อแรงดึงหรือแรงกระแทก เช่น เหล็กแป หรือ เหล็กตัวซี, เหล็กฉาก
9. มอก. 1390-2560: เข็มพืดเหล็กกล้ารีดร้อน หรือ ชีทไพล์
- วันที่ใช้บังคับ: 10 มกราคม 2564
- เข็มพืดเหล็กกล้ารีดร้อนใช้ในงานโครงสร้างที่ต้องการการขุดเจาะหรือติดตั้งเพื่อการรับน้ำหนักของโครงสร้าง
10. มอก. 107-2566: ท่อเหล็กกล้าคาร์บอนสำหรับงานโครงสร้างทั่วไป
- วันที่ใช้บังคับ: 2 พฤศจิกายน 2567
- ท่อเหล็กกล้าคาร์บอนสำหรับงานโครงสร้างทั่วไป เช่น เหล็กกล่อง , เหล็กกล่องแบน, ท่อเหล็กกลม, เหล็กฉาก
11. มอก. 3243-2564: เหล็กกล้าทรงแบนรีดร้อนเคลือบสังกะสีด้วยกรรมวิธีจุ่มร้อน สำหรับงานโครงสร้างทั่วไป
- วันที่ใช้บังคับ: 27 ธันวาคม 2566
- เหล็กแผ่นรีดร้อนเคลือบสังกะสี ใช้ในงานก่อสร้างและอุตสาหกรรมทั่วไป
12. มอก. 2228-2565: เหล็กกล้าทรงแบนรีดร้อนสำหรับงานโครงสร้างเชื่อมประกอบ
- วันที่ใช้บังคับ: 10 มิถุนายน 2568
- เหล็กแผ่นเคลือบอะลูมิเนียม-สังกะสี ใช้ในงานหลังคาและผนังอาคาร
13. มอก. 1479-2566: เหล็กกล้าทรงแบนรีดร้อนสำหรับงานโครงสร้างทั่วไป
- วันที่ใช้บังคับ: อยู่ระหว่างการพิจารณา คาดว่าจะมีผลบังคับใช้เมื่อพ้นกำหนด 180 วัน นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

อย่างไร มาตรฐาน มอก. อาจมีการปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป สำหรับข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบันที่สุด ควรตรวจสอบจากเว็บไซต์หรือเอกสารที่เผยแพร่โดย สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.)
การปฏิบัติตามมาตรฐาน มอก. เหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้ผลิตและผู้นำเข้า เพื่อให้แน่ใจว่าผลิตภัณฑ์เหล็กมีคุณภาพและความปลอดภัยตามที่กำหนด ซึ่งมีผลทั้งในเรื่องของความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการใช้งาน มาตรฐานเหล่านี้ได้รับการรับรองจาก สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) หรือมาตรฐานสากลที่สามารถนำมาใช้ในประเทศไทยเพื่อให้ผลิตภัณฑ์เหล็กที่ผลิตหรือจำหน่ายในประเทศมีคุณภาพสูง
ติดต่อเรา/เช็คราคาเหล็ก
- Facebook : หจก.พรณรงค์ โลหะกิจ
- โทร/แฟกซ์
- 02-287-4097
- 090-456-1183 (มือถือ)
- Email : [email protected]
- LINE ID : PNRLOHAKIT
- แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/1ZaZpTCZGdeLgqwVA
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ มาตรฐาน มอก.
มาตรฐาน มอก. ทั้งหมดสามารถเข้าถึงรายชื่อมาตรฐานทั้งหมดได้ที่สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) หรือผ่านทาง เว็บไซต์ของ สมอ
สามารถทำได้โดยการตรวจสอบด้วยตาเปล่า, ตรวจสอบจากป้ายรายละเอียด, หรือการชั่งน้ำหนัก.
- สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.): เป็นหน่วยงานราชการที่มีหน้าที่ในการกำหนดและควบคุมมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมในประเทศไทย.
- การตรวจสอบเลข มอก. ช่วยให้ผู้บริโภคมั่นใจได้ว่าผลิตภัณฑ์นั้นได้มาตรฐานและปลอดภัย.
สามารถสั่งซื้อเหล็ก มาตรฐาน มอก. และเช็คราคาล่าสุดของเหล็ก ได้ที่ พรณรงค์ โลหะกิจ โทร. 02-287-4097 / 090-456-1183 (มือถือ) Line : PNRLOHAKIT





