
เช็คราคาเหล็ก วันนี้
โทร. 02-287-4097 / 090-456-1183 (มือถือ)
Line : PNRLOHAKIT
สรุปมาตรการเงินเยียวยาน้ำท่วมปี 2569 (เงื่อนไข ช่องทาง และขั้นตอนการลงทะเบียน)
1. สิทธิประโยชน์และเงื่อนไขการรับเงินเยียวยา
การจ่ายเงินเยียวยาแบ่งออกเป็น 2 ช่วงเวลาตามรูปแบบการจัดสรรงบประมาณและระบบประกันภัยของภาครัฐ:
ช่วงที่ 1: น้ำท่วมระหว่างวันที่ 15 พฤษภาคม – 30 กันยายน 2569
จ่ายเงินช่วยเหลือตรงแก่ครัวเรือนที่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติในพื้นที่ประกาศเขตช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (กรุงเทพมหานคร และอีก 65 จังหวัด)
-
อัตราเงินช่วยเหลือ:
-
9,000 บาท/ครัวเรือน: สำหรับบ้านพักอาศัยประจำที่ได้รับความเสียหาย Direct-hit
-
5,000 บาท/ครัวเรือน: สำหรับผู้พักอาศัยในคอนโด/อาคารชุด หรือหมู่บ้านที่ตัวบ้านไม่ได้รับความเสียหาย แต่ถูกน้ำท่วมขังล้อมรอบจนถูกตัดขาดจากภายนอก (หมู่บ้านไข่ดาว)
-
-
เกณฑ์การพิจารณาคุณสมบัติ:
-
บ้านพักอาศัยประจำถูกน้ำท่วมขังไม่เกิน 7 วัน และมีทรัพย์สินภายในบ้านได้รับความเสียหาย
-
บ้านพักอาศัยประจำถูกน้ำท่วมขังติดต่อกันเกิน 7 วันขึ้นไป
-
-
ข้อจำกัดสิทธิ: จำกัด 1 สิทธิ ต่อ 1 หลังคาเรือน (ไม่จ่ายแยกรายบุคคล) และให้ความช่วยเหลือ 1 ครั้ง ตลอดช่วงเวลาดังกล่าว แม้บ้านหลังนั้นจะโดนน้ำท่วมซ้ำหลายรอบก็ตาม
ช่วงที่ 2: น้ำท่วมระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2569 – 1 ตุลาคม 2570
เปลี่ยนระบบไปใช้ “ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ” คุ้มครองความเสียหายจาก อุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว วงเงินสูงสุด 100,000 บาท/หลังคาเรือน/ภัย ตามเงื่อนไขกรมธรรม์
| ประเภทภัย / กรณี | การจ่ายค่าสินไหมเบื้องต้น | การชดเชยส่วนเพิ่มเติม / เงื่อนไขพิเศษ |
|---|---|---|
| อุทกภัย (น้ำท่วม) |
10,000 บาท (จ่ายล่วงหน้าก่อน) |
ประเมินความเสียหายจริงเพิ่มเติม ไม่เกิน 90,000 บาท (หากถูกน้ำล้อมจนใช้ชีวิตไม่ได้เกิน 7 วัน รับเพิ่ม 10,000 บาท/ครั้ง) |
| วาตภัย / แผ่นดินไหว |
5,000 บาท | ประเมินความเสียหายจริงเพิ่มเติม ไม่เกิน 95,000 บาท |
| กรณีเสียชีวิต | 2,000,000 บาท/คน | คุ้มครองกรณีเสียชีวิตจากภัยพิบัติดังกล่าว |
2. ช่องทางการลงทะเบียนและขั้นตอนการยื่นคำร้อง
เริ่มเปิดระบบรับลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 2 ตุลาคม 2569 เวลา 08.00 น. เป็นต้นไป ผ่าน 2 ช่องทางหลัก:
ช่องทางที่ 1: ลงทะเบียนออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” (สะดวกที่สุด)
-
ดาวน์โหลดและเปิดแอปพลิเคชัน ทางรัฐ
-
เข้าไปที่หมวดหมู่ “ลงทะเบียน ตรวจสอบสิทธิ”
-
เลือกบริการ “ยื่นขอรับเงินเยียวยาผู้ประสบภัยตามมติคณะรัฐมนตรี”
-
กรอกข้อมูลและแนบเอกสารตามขั้นตอน ระบบจะเชื่อมโยงกับฐานข้อมูลทะเบียนราษฎรเพื่อตรวจสอบสิทธิอัตโนมัติ
-
ติดตามสถานะการอนุมัติและการโอนเงินผ่านแอปพลิเคชันได้ทันทีโดยไม่ต้องเดินทาง
ช่องทางที่ 2: ยื่นด้วยตนเอง ณ หน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่น
-
ต่างจังหวัด: ยื่นคำร้องได้ที่ เทศบาล หรือ องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ในพื้นที่ที่บ้านตั้งอยู่ โดยจะมีเจ้าหน้าที่ช่วยบันทึกข้อมูลเข้าระบบให้
-
กรุงเทพมหานคร: ติดตามประกาศจุดรับคำร้องและรายละเอียดจาก สำนักงานเขต ในพื้นที่
-
ข้อแนะนำ: ควรโทรสอบถามจุดรับคำร้องและเอกสารที่ต้องใช้กับหน่วยงานท้องถิ่นก่อนเดินทาง
3. ข้อมูลติดต่อและสอบถามเพิ่มเติม
-
สายด่วน ปภ. (กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย): 1784
วิกฤตน้ำท่วมเป็นสถานการณ์ที่สร้างความเสียหายอย่างมากทั้งต่อตัวอาคาร บ้านเรือน และโครงสร้างวิศวกรรมต่างๆ เมื่อระดับน้ำลดลง สิ่งสำคัญที่สุดคือการ “สำรวจ ประเมิน และฟื้นฟู“ อย่างถูกวิธี เพื่อป้องกันอันตรายจากโครงสร้างทรุดตัว ไฟฟ้าลัดวงจร และการกัดกร่อนของสนิมที่อาจสายเกินแก้
คู่มือฉบับนี้ได้รวบรวมขั้นตอนการตรวจเช็กและแนวทางแก้ไขอย่างเป็นระบบ ทั้งส่วนของ โครงสร้างเหล็ก และ ตัวบ้านเรือนทั่วไป เพื่อให้คุณสามารถดำเนินการฟื้นฟูได้อย่างปลอดภัยและตรงจุด
Part 1: เช็กลิสต์ตรวจเช็กและฟื้นฟูโครงสร้างเหล็ก
สำหรับอาคาร โรงงาน หรือบ้านเรือนที่มีส่วนประกอบของ โครงสร้างเหล็ก ปัญหาน่ากังวลที่สุดหลังน้ำลดคือ “การกัดกร่อนจากสนิม” และการสูญเสียกำลังรับน้ำหนัก (Structural Integrity)
📌 4 จุดเสี่ยงโครงสร้างเหล็กที่ต้องสำรวจทันที
| จุดเสี่ยง | สิ่งที่ต้องสังเกต | ระดับความอันตราย |
|---|---|---|
| 1. โคนเสาและเพลตยึดเสา (Base Plate) |
คราบโคลนสะสม, สนิมขุมบริเวณสลักเกลียว (Anchor Bolt), รอยต่อคอนกรีตกับแผ่นเหล็ก | 🔴 สูงมาก (กระทบการรับน้ำหนักหลัก) |
| 2. จุดเชื่อมต่อ (Welding & Bolted Joints) |
สีหลุดล่อนบริเวณรอยเชื่อม, สนิมตามเกลียวน็อต, การถอนหรือหลุดของน็อต | 🔴 สูงมาก (เสี่ยงต่อการพังทลาย) |
| 3. โครงสร้างส่วนกลวง (Hollow Sections) |
น้ำขังภายในเหล็กกล่อง/ท่อเหล็ก, คราบน้ำไหลออกจากรูระบาย, สนิมกัดกร่อนจากภายใน | 🟡 ปานกลาง–สูง (สังเกตยากจากภายนอก) |
| 4. ผิวสัมผัสและแปหลังคา (Purlins) |
สนิมขุมบนผิวเหล็ก, สีพองล่อน, คราบความชื้นสะสมช่วงรอยต่อแผ่นหลังคา | 🟢 ปานกลาง (ควรรีบจัดการก่อนขยายตัว) |
🔍 การประเมินระดับความเสียหายของสนิม (Rust Grading)
ระดับที่ 1: สนิมผิว (Flash Rust)
-
- ลักษณะ: เป็นคราบสีส้มหรือเหลืองบางๆ บนผิวเหล็ก ยังไม่กินลึก
- การแก้ไข: ขัดทำความสะอาดด้วยแปรงทองเหลือง/กระดาษทราย แล้วทาสีทับได้ง่าย
ระดับที่ 2: สนิมปานกลาง (Medium Corrosion)
-
- ลักษณะ: ผิวเหล็กขรุขระ สีเดิมพองล่อน สนิมเริ่มกินเข้าเนื้อเหล็กเล็กน้อย
- การแก้ไข: ใช้เครื่องขัดใบแปรงลวด (Wire Brush) ขัดจนถึงเนื้อเหล็ก ทาน้ำยาแปลงสภาพสนิม และลงสีรองพื้นกันสนิม
ระดับที่ 3: สนิมขุมและกัดกร่อนลึก (Pitting & Severe Rust)
-
- ลักษณะ: เนื้อเหล็กเป็นหลุม ขรุขระเป็นแผ่น หรือเนื้อเหล็กบางลงอย่างเห็นได้ชัด
- การแก้ไข: เป็นอันตรายสูงมาก ต้องให้วิศวกรโครงสร้างประเมินเพื่อทำการเสริมกำลัง (Reinforcement) หรือตัดเปลี่ยนชิ้นส่วนเหล็กใหม่
🛠️ ขั้นตอนการฟื้นฟูป้องกันสนิมโครงสร้างเหล็ก
- ทำความสะอาดและไล่ความชื้น: ใช้ฉีดน้ำแรงดันสูงล้างคราบโคลนออกจากผิวเหล็กและจุดอับ แล้วปล่อยให้แห้งสนิท หรือใช้ลมเป่าไล่น้ำออกจากซอกรอยต่อ น็อตยึด และภายในเหล็กกล่อง
- เตรียมผิวเหล็ก: ขัดกำจัดสนิมเดิมออกให้หมดด้วยแปรงลวด เครื่องขัด หรือการพ่นทราย (Sandblasting) จนเห็นเนื้อเหล็กแท้จริง
- ลงสีรองพื้นกันสนิม: ทาน้ำยาแปลงสภาพสนิม (Rust Converter) ในจุดที่ขัดไม่หมด จากนั้นทาสีรองพื้นคุณภาพสูง เช่น Epoxy Primer หรือ Zinc-Rich Primer 1–2 เที่ยว
- ทาสีทับหน้า (Topcoat): ทาทับด้วยสีโพลียูรีเทน (Polyurethane) หรือสีน้ำมัน และใช้โพลียูรีเทนซีลแลนท์ (PU Sealant) อุดรอยต่อที่เสี่ยงต่อการเกิดน้ำขัง
Part 2: เช็กลิสต์ตรวจเช็กและฟื้นฟูตัวบ้านหลังน้ำลด
เมื่อระดับน้ำลดลงจนปลอดภัย ให้เร่งสำรวจและฟื้นฟูตัวบ้านตาม 4 ระบบสำคัญ เพื่อป้องกันความเสียหายบานปลาย
1. ระบบไฟฟ้าและเครื่องใช้ไฟฟ้า (สิ่งแรกที่ต้องตรวจก่อนเข้าบ้าน)
- งดสับเบรกเกอร์ทันที: ห้ามเปิดสวิตช์ไฟหรือเสียบปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าเด็ดขาดจนกว่าจะได้รับการตรวจเช็ก
- ตรวจสอบตู้เมนไฟฟ้า (Consumer Unit): หากตู้ไฟหรือปลั๊กระดับล่างจมน้ำ ต้องรอให้แห้งสนิท ทำความสะอาดคราบโคลน และให้ช่างไฟฟ้าเข้าเช็กค่าความต้านทานการกักเก็บกระแสไฟ (Insulation Resistance Test) ก่อนเปิดใช้งาน
- สวิตช์และเต้ารับไฟฟ้าชั้นล่าง: เต้ารับที่จมน้ำส่วนใหญ่ควรเปลี่ยนใหม่ เนื่องจากมีคราบโคลนสะสมภายในและเสี่ยงต่อการเกิดสนิมที่คอนแทกต์
- เครื่องใช้ไฟฟ้าจมน้ำ: ตากแดดหรือเป่าแห้งอย่างน้อย 3–5 วัน และส่งให้ช่างตรวจเช็กวงจรภายในก่อนทดลองใช้งาน
2. โครงสร้างคอนกรีต ผนัง และพื้นบ้าน
- สำรวจรอยแตกร้าวและดินทรุด: สังเกตรอบฐานราก ผนังบ้าน และพื้นดินรอบบ้าน หากพบรอยแตกร้าวเฉียงๆ บนผนัง หรือแผ่นดินรอบบ้านทรุดตัวเป็นโพรงลึก ให้ปรึกษาวิศวกรทันที
- ผนังอิฐและปูนฉาบ: ล้างทำความสะอาดคราบโคลนขณะยังเปียก หากสีพองล่อนให้แซะออก และปล่อยให้ผนังคายความชื้น 1–2 สัปดาห์ก่อนทาสีรองพื้นปูนเก่าและทาสีใหม่
- ฝ้าเพดานและผนังเบา: แผ่นยิปซั่มบอร์ดที่จมน้ำจะเปื่อยและเกิดเชื้อราได้ง่าย ควรตัดส่วนที่จมน้ำออกหรือเปลี่ยนใหม่ หากฝ้าเพดานมีการแอ่นตัวจากน้ำรั่วซึม ให้ระวังการร่วงหล่นลงมา
3. ระบบสุขาภิบาลและท่อระบายน้ำ
- ส้วมและโถสุขภัณฑ์: หากกดไม่ลงหรือมีน้ำย้อน ให้ตรวจสอบบ่อเกรอะ/บ่อแซตส์ หากระดับน้ำรอบบ้านยังสูง แรงดันน้ำภายนอกจะดันไว้ ต้องรอให้น้ำรอบบ้านลดลงหรือทำการสูบส้วม/ลอกท่อระบายน้ำ
- เช็กคุณภาพน้ำประปา: ถังเก็บน้ำที่จมน้ำ ต้องถ่ายน้ำทิ้ง ทำความสะอาดล้างถังด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ ก่อนรองน้ำใหม่เข้ามาใช้งาน
- ล้างท่อน้ำทิ้งรอบบ้าน: ไล่ขจัดคราบดินโคลนและเศษขยะที่อุดตันตามฟลอร์เดรน (Floor Drain) และบ่อพักน้ำรอบบ้าน
4. ประตู หน้าต่าง และเฟอร์นิเจอร์
- วงกบและบานประตูไม้: มักจะบวมพองจนเปิด-ปิดไม่ได้ ห้ามใช้แรงงัด ให้รอให้ไม้แห้งสนิทก่อน หากยังบวมอยู่จึงค่อยใช้ไสไม้ไสขอบออก
- เฟอร์นิเจอร์ไม้บัด/MDF: หากจมน้ำเกิน 2–3 ชั่วโมง ส่วนใหญ่จะบวมพองและสูญเสียการรับน้ำหนัก แนะนำให้ทิ้งเนื่องจากเป็นแหล่งสะสมของเชื้อรา
- การจัดการเชื้อรา: เช็ดทำความสะอาดพื้นผิวแข็งด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ เช่น น้ำยาซักผ้าขาวผสมน้ำ หรือแอลกอฮอล์ เพื่อป้องกันเชื้อราเติบโต
Part 3: แนวทางป้องกันระยะยาว (เพื่อรับมือในอนาคต)
หากต้องการปรับปรุงซ่อมแซมบ้านและอาคารเพื่อรับมือกับน้ำท่วมและความชื้นในอนาคต:
-
การยกระดับและการกั้นน้ำ:
- ทำกำแพงกันน้ำถาวร (Flood Wall) รอบพื้นที่ หรือติดตั้งประตูน้ำกันซึม
- ปรับยกระดับพื้นบ้านชั้นล่างให้สูงกว่าระดับน้ำท่วมสูงสุดเท่าที่โครงสร้างอำนวย
-
ระบบระบายน้ำ:
-
- ติดตั้ง บ่อพักน้ำพร้อมเครื่องสูบน้ำอัตโนมัติ (Sump Pit & Pump) บริเวณจุดต่ำสุด
- ติดตั้ง วาล์วกันน้ำย้อน (Check Valve) ที่ท่อน้ำทิ้งเพื่อป้องกันน้ำจากสาธารณะทะลักกลับเข้าบ้าน
-
การเลือกใช้วัสดุทนน้ำ:
-
- พื้นและผนัง: เลือกใช้กระเบื้องเซรามิก หรือแผ่นเหล็กชุบกัลวาไนซ์สำหรับงานโครงสร้าง/ตกแต่ง หลีกเลี่ยงไม้ลามิเนต
- ฝ้าเพดาน: เลือกใช้แผ่นยิปซั่มชนิดทนความชื้น (Moisture Resistant)
- ระบบไฟฟ้า: ย้ายปลั๊กไฟและสายไฟชั้นล่างให้สูงขึ้นจากพื้นอย่างน้อย 1 เมตร
⚠️ ข้อควรระวังสำคัญ: หากพบเสาเหล็กมีอาการ คด บิดเบี้ยว เอียง หรือเพลตยึดฐานเสา ฉีกขาด/รอยเชื่อมร้าว รวมถึงผนังอาคารมีรอยร้าวขนาดใหญ่ ห้ามเข้าใช้งานอาคารเด็ดขาด และควรรีบติดต่อวิศวกรโครงสร้างเข้าตรวจสอบความปลอดภัยทันที
FAQ - คำถามที่พบบ่อย
ความเสี่ยงไม่ได้ขึ้นอยู่กับระยะเวลาจมน้ำเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ประเภทของสนิมที่เกิดขึ้นหลังน้ำลด คุณสามารถสังเกตระดับความเสียหายได้ 3 ระดับ:
-
สนิมผิว (Flash Rust): เป็นคราบสีส้มบางๆ ขัดออกได้ง่าย
-
สนิมปานกลาง: ผิวขรุขระ สีพองล่อน ต้องขัดออกด้วยแปรงลวดและทาน้ำยาแปลงสภาพสนิม
-
สนิมขุม (Pitting): เหล็กเป็นหลุม ขรุขระเป็นแผ่น หรือเนื้อเหล็กบางลงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งระดับนี้ถือว่าอันตรายสูงมากเพราะทำให้โครงสร้างสูญเสียการรับน้ำหนัก ต้องให้วิศวกรโครงสร้างเข้าประเมินเพื่อเสริมกำลังหรือตัดเปลี่ยนชิ้นส่วนทันที
ห้ามเปิดสวิตช์ไฟหรือเสียบปลั๊กเด็ดขาด จนกว่าจะได้รับการตรวจเช็กอย่างละเอียด ตู้ไฟ ปลั๊ก และเต้ารับชั้นล่างที่เคยจมน้ำต้องปล่อยให้แห้งสนิท ทำความสะอาดคราบโคลน และให้ช่างไฟฟ้าเข้าตรวจเช็กค่าความต้านทานการกักเก็บกระแสไฟ (Insulation Resistance Test) เสียก่อน โดยเฉพาะเต้ารับชั้นล่างแนะนำให้เปลี่ยนใหม่ เนื่องจากคราบโคลนสะสมภายในอาจทำให้เกิดสนิมที่จุดสัมผัสและเสี่ยงต่อไฟฟ้าลัดวงจร
อย่าเพิ่งใช้แรงงัดหรือใสขอบไม้ออกทันที ควรปล่อยให้บานประตูและวงกบไม้แห้งสนิทเสียก่อน เพราะเนื้อไม้อาจหดตัวกลับเข้าสู่สภาพเดิมได้บางส่วน หากทิ้งไว้จนแห้งสนิทแล้วประตูก็ยังบวมพองหรือคับวงกบอยู่ จึงค่อยใช้ไสไม้ไสแต่งขอบออกตามความเหมาะสม
บริการรับตัดเพลทเหล็ก ตามแบบและสเปกที่ต้องการ ด้วยระบบตัดเลเซอร์และตัดแก๊สมาตรฐานสูง ชิ้นงานแม่นยำ รอยตัดคมสวย ได้มาตรฐาน มอก. พร้อมบริการตัดตามขนาดและจัดส่งทั่วประเทศ เช็คราคาตัดเพลทเหล็กล่าสุดได้ที่ หจก.พรณรงค์ โลหะกิจ
สั่งซื้อเหล็ก มาตรฐาน มอก. เช็คราคาล่าสุดของเหล็ก มอก. ได้ที่ พรณรงค์ โลหะกิจ
- โทร. 02-287-4097 / 090-456-1183 (มือถือ)
- Line : PNRLOHAKIT
ติดต่อเรา/เช็คราคาเหล็ก
- Facebook : หจก.พรณรงค์ โลหะกิจ
- โทร/แฟกซ์
- 02-287-4097
- 090-456-1183 (มือถือ)
- Email : [email protected]
- LINE ID : PNRLOHAKIT
- แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/1ZaZpTCZGdeLgqwVA








