คู่มือตะแกรงไวร์เมช (Wire Mesh) คืออะไร? จุดเด่น มาตรฐาน มอก. และวิธีเลือกให้เหมาะกับงานก่อสร้าง

คู่มือตะแกรงไวร์เมช (Wire Mesh) คืออะไร? จุดเด่น มาตรฐาน มอก. และวิธีเลือกให้เหมาะกับงานก่อสร้าง
ตะแกรงไวร์เมช

เช็คราคาเหล็กวันนี้

โทร. 02-287-4097 / 090-456-1183 (มือถือ)
Line : PNRLOHAKIT

ตะแกรงไวร์เมช (Wire Mesh) คืออะไร? ทำไมจึงเป็นวัสดุเสริมคอนกรีตที่ขาดไม่ได้ในงานก่อสร้าง

เมื่อพูดถึงวัสดุที่ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับคอนกรีต หนึ่งในชื่อที่ถูกกล่าวถึงบ่อยที่สุดคือ “ตะแกรงเหล็กไวร์เมช” (Wire Mesh) ซึ่งถือเป็นวัสดุสำเร็จรูปที่เข้ามามีบทบาทสำคัญในวงการก่อสร้างยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างบ้าน อาคาร ถนน หรือพื้นโรงงาน ด้วยคุณสมบัติที่ช่วยให้การทำงานรวดเร็ว แข็งแรง และประหยัดต้นทุนได้อย่างเห็นผล

ตะแกรงไวร์เมช

ตะแกรงไวร์เมช คืออะไร

ตะแกรงไวร์เมช (Wire Mesh) หรือที่บางคนเรียกว่า ตะแกรงเหล็กเสริมคอนกรีต ผลิตจากลวดเหล็กรีดเย็น (Cold Drawn Steel Wire) ที่ผ่านการเชื่อมติดกันเป็นตารางด้วยไฟฟ้า ทำให้ทุกจุดเชื่อมหลอมละลายเป็นเนื้อเดียวกัน มีทั้งแบบตะแกรงม้วน และตะแกรงแผ่น ซึ่งสามารถเลือกใช้ได้ตามลักษณะงาน

เส้นลวดของไวร์เมชมีให้เลือกตั้งแต่ขนาด 2.8 มม. ถึง 12 มม. โดยระยะห่างของช่องตะแกรง (Mesh Size) ก็มีให้เลือกหลายแบบ เช่น 15×15 ซม., 20×20 ซม., 25×25 ซม. หรือ 30×30 ซม. การผลิตด้วยเครื่องจักรอัตโนมัติทำให้ตะแกรงไวร์เมชมีความเที่ยงตรงและสม่ำเสมอในทุกช่อง จึงมั่นใจได้ในคุณภาพและความแข็งแรงของโครงสร้าง

จุดเด่นของตะแกรงไวร์เมช (Wire Mesh) ที่ควรรู้

  • ประหยัดเวลาในการทำงาน
  • ลดค่าแรงและต้นทุน
  • ลดการสูญเสียเหล็ก
  • มีความแข็งแรงสม่ำเสมอ
  • สามารถสั่งผลิตได้ตามขนาดที่ต้องการ
  • เหมาะกับงานทุกประเภท

ประเภทของตะแกรงไวร์เมช

ตะแกรงไวร์เมช

1. ตะแกรงไวร์เมชแบบม้วน (Wire Mesh Roll)

ตะแกรงชนิดนี้มีลักษณะเป็นม้วน ผลิตจากลวดเหล็กรีดเย็นเชื่อมติดกันด้วยเครื่องจักรอัตโนมัติ ขนาดความกว้างไม่เกิน 3.5 เมตร และยาวได้ถึง 50 เมตร นิยมใช้ในงานพื้นคอนกรีตทั่วไป เช่น พื้นบ้าน พื้นถนน หรือพื้นลานจอดรถ จุดเด่นคือพกพาง่าย ประหยัดพื้นที่ขนส่ง และสามารถคลี่ปูได้สะดวก

2. ตะแกรงไวร์เมชแบบแผง (Wire Mesh Sheet)

ลักษณะเป็นแผ่นสำเร็จรูป มีขนาดกว้างไม่เกิน 3.5 เมตร และยาวไม่เกิน 10 เมตร เหมาะสำหรับงานที่ต้องการความแข็งแรงสูง เช่น พื้นโรงงาน พื้นโกดัง หรือโครงสร้างอาคารใหญ่ สามารถเลือกใช้ได้ทั้ง ลวดผิวเรียบ (Plain Wire) และลวดผิวข้ออ้อย (Deformed Wire) โดยแบบข้ออ้อยจะยึดเกาะกับคอนกรีตได้ดีกว่า เหมาะกับงานรับน้ำหนักมาก

ประโยชน์ของการใช้ตะแกรงไวร์เมชในงานก่อสร้าง

การใช้งานตะแกรงไวร์เมชมีประโยชน์หลายประการ ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของโครงสร้าง แต่ยังส่งผลต่อความรวดเร็วและคุณภาพของงานก่อสร้างโดยรวม ได้แก่

  • เสริมแรงคอนกรีต ทำให้คอนกรีตเกาะตัวกันแน่น ป้องกันการแตกร้าว
  • รับแรงกดและแรงกระแทกได้ดีเยี่ยม เหมาะกับงานพื้นถนน พื้นบ้าน หรือพื้นที่รับน้ำหนักมาก
  • ช่วยให้พื้นคอนกรีตมีอายุการใช้งานยาวนานขึ้น
  • เพิ่มความเรียบเนียนของโครงสร้าง เพราะมีระยะห่างของตาที่แน่นอน
  • ไวร์เมชกัลวาไนซ์ (Galvanized Wire Mesh) เหมาะกับงานที่ต้องเผชิญความชื้น เช่น หลังคา ฝ้า เพดาน หรือโครงสร้างภายนอก

มาตรฐานตะแกรงเหล็กไวร์เมช (Wire Mesh)

ตาม มอก. จากสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ตะแกรงเหล็กไวร์เมชเป็นวัสดุสำคัญที่ใช้ในการเสริมแรงคอนกรีต เพื่อเพิ่มความแข็งแรงและความคงทนของโครงสร้างอาคาร ถนน และพื้นโรงงานต่าง ๆ โดยจะต้องอ้างอิงตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) เพื่อให้มั่นใจในคุณภาพและความปลอดภัยของการใช้งาน

มอก. 747-2564 — ลวดเหล็กกล้าดึงเย็นเสริมคอนกรีต

  • ผ่านการดึงเย็นเพื่อเพิ่มค่าความต้านทานแรงดึง
  • ควบคุมขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางได้มาตรฐาน
  • ผิวลวดเรียบ ไม่มีตำหนิหรือรอยแตกร้าว
  • ใช้เป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตตะแกรงไวร์เมชแบบผิวเรียบ

มอก. 943-2564 — ลวดเหล็กกล้าข้ออ้อยดึงเย็นเสริมคอนกรีต

  • ผิวลวดมีสันและร่อง เพิ่มแรงยึดเกาะกับคอนกรีต
  • มีค่าความแข็งแรงสูงกว่าลวดผิวเรียบ
  • นิยมใช้ในงานที่ต้องการรับแรงสูง เช่น พื้นโรงงาน โกดัง หรือถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก

มอก. 737-2549 — ตะแกรงเหล็กกล้าเชื่อมติดเสริมคอนกรีต

  • ควบคุมระยะห่างของช่องตาให้ได้มาตรฐาน เช่น 15×15 ซม. หรือ 20×20 ซม.
  • จุดเชื่อมทุกจุดต้องหลอมติดเป็นเนื้อเดียวกันโดยไม่แตกร้าว
  • เส้นลวดที่ใช้ต้องเป็นไปตาม มอก.747 หรือ มอก.943
  • ผ่านการทดสอบแรงดึงและแรงเฉือนตามเกณฑ์

การเลือกใช้ตะแกรงไวร์เมชให้เหมาะกับประเภทงาน

การเลือกใช้ตะแกรงไวร์เมชควรพิจารณาจากขนาดเส้นลวด ระยะช่องตา และประเภทงานก่อสร้าง เพื่อให้ได้ทั้งความแข็งแรงและความคุ้มค่ามากที่สุด

1. ขนาดเส้นลวดที่เหมาะสมกับงาน

เลือกให้เหมาะกับแรงรับน้ำหนักของงาน เช่น งานพื้นบ้านควรใช้ลวดขนาด 4–6 มม. ส่วนงานโครงสร้างขนาดใหญ่ควรใช้ลวดขนาด 8–12 มม.

2. ระยะช่องตา (Mesh Size)

ขนาดช่องตาจะส่งผลต่อความแข็งแรงของตะแกรงไวร์เมช ยิ่งช่องถี่ โครงสร้างยิ่งแน่น เช่น

  • 10×10 ซม. – ใช้กับงานที่ต้องการความละเอียดสูง เช่น พื้นบาง
  • 15×15 ซม. – นิยมใช้กับงานทั่วไป เช่น พื้นบ้าน
  • 20×20 ซม. – เหมาะสำหรับงานพื้นคอนกรีตทั่วไป
  • 25×25 หรือ 30×30 ซม. – ใช้กับงานที่ไม่ต้องรับแรงมาก เช่น รั้วหรืองานตกแต่ง

วิธีปูตะแกรงไวร์เมชสำหรับพื้นคอนกรีตให้ถูกต้อง แข็งแรง และได้มาตรฐาน

การเทพื้นคอนกรีตให้ได้คุณภาพและมีอายุการใช้งานยาวนาน ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเพียงแค่ปริมาณคอนกรีตที่ใช้เท่านั้น แต่ “ตะแกรงไวร์เมช (Wire Mesh)” ก็เป็นอีกหนึ่งวัสดุสำคัญที่ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้พื้นคอนกรีต โดยช่วยกระจายแรงและลดการแตกร้าวของพื้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ วันนี้เราจะพาไปดูวิธีการปูตะแกรงไวร์เมชสำหรับงานพื้นคอนกรีตที่ถูกต้องและเหมาะสมที่สุด

 

ปูตะแกรงไวร์เมช

1. ความหนาของพื้นคอนกรีตที่เหมาะสม

พื้นคอนกรีตเสริมเหล็กควรมีความหนาอย่างน้อย 10 เซนติเมตรขึ้นไป เพื่อรองรับน้ำหนักและแรงกดได้ดี หากเป็นพื้นที่ต้องรับน้ำหนักมาก เช่น โรงจอดรถ หรือโกดังสินค้า ควรเพิ่มความหนาให้มากขึ้น เช่น 15 เซนติเมตร หรือ 20 เซนติเมตร เพื่อเพิ่มความแข็งแรงและป้องกันการแตกร้าวของพื้นได้ดียิ่งขึ้น

ในขณะเดียวกัน ควรฝังตะแกรงไวร์เมชไว้ภายในเนื้อคอนกรีต เพื่อช่วยเสริมแรงดึงและลดการแตกร้าวจากการยืดหดตัวของคอนกรีตเมื่ออุณหภูมิเปลี่ยนแปลง

2. ระดับการวางตะแกรงไวร์เมชในคอนกรีต

การวางตะแกรงไวร์เมชที่ถูกต้อง มีผลต่อความแข็งแรงของพื้นโดยตรง โดยตำแหน่งที่เหมาะสมคือ ควรอยู่ห่างจากผิวคอนกรีตด้านบนประมาณ 3–5 เซนติเมตร (หรือ 0.03–0.05 เมตร) ซึ่งถือเป็นระดับที่ช่วยให้ไวร์เมชทำหน้าที่เสริมแรงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หากวางลึกเกินไป จะทำให้ไวร์เมชไม่สามารถช่วยป้องกันการแตกร้าวบนผิวคอนกรีตได้ แต่หากวางตื้นเกินไป อาจทำให้ไวร์เมชสัมผัสอากาศและเกิดสนิมได้ง่าย

3. การปูพลาสติกก่อนวางตะแกรงไวร์เมช

ก่อนการวางตะแกรงไวร์เมช ควร ปูแผ่นพลาสติก (PE Sheet) ลงบนพื้นดินหรือชั้นทรายรองพื้นก่อนทุกครั้ง เพื่อช่วยป้องกันความชื้นไม่ให้ซึมขึ้นมาจากดิน ซึ่งจะช่วยยืดอายุการใช้งานของไวร์เมช และลดความเสี่ยงในการเกิดสนิมเมื่อเวลาผ่านไป

นอกจากนี้ การปูพลาสติกยังช่วยให้คอนกรีตเซ็ตตัวได้ดีขึ้น เพราะความชื้นจะไม่สูญเสียเร็วเกินไประหว่างการเท

4. การจัดตำแหน่งและยึดตะแกรงไวร์เมชให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม

ตะแกรงไวร์เมชควรอยู่กึ่งกลางของชั้นคอนกรีต เพื่อช่วยกระจายแรงได้ทั่วถึงทั้งพื้น การใช้เหล็กตีนกา (Bar Chair)  จะช่วยยกไวร์เมชให้อยู่ในระดับที่ต้องการและป้องกันไม่ให้เคลื่อนตัวขณะเทคอนกรีต

วัสดุรองควรมีความแข็งแรง ไม่ยุบตัวง่าย และวางให้ทั่วพื้นที่ เพื่อให้ตะแกรงไวร์เมชอยู่ในแนวระดับเดียวกันทั้งหมด

5.  การเลือกขนาดตะแกรงไวร์เมชที่เหมาะกับงานพื้นคอนกรีต

การเลือกขนาดของตะแกรงไวร์เมชขึ้นอยู่กับประเภทของงานและน้ำหนักที่พื้นต้องรับ โดยทั่วไปมีแนวทางดังนี้

  • พื้นบ้านทั่วไปหรือพื้นทางเดิน
    ใช้ตะแกรงไวร์เมชขนาดเส้นลวด 2.8 มม. – 3.0 มม. ก็เพียงพอ

  • พื้นโรงรถหรือพื้นที่ต้องรับน้ำหนักมาก
    ควรใช้ขนาดเส้นลวดตั้งแต่ 4 มม. – 6 มม. ขึ้นไป เพื่อเพิ่มความแข็งแรงและลดการแตกร้าว

นอกจากนี้ ควรเลือกใช้ตะแกรงไวร์เมชที่ได้รับการ รับรองมาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก.) เพื่อให้มั่นใจในคุณภาพ ความทนทาน และความปลอดภัยในการใช้งานระยะยาว

ปูไวร์เมชให้ถูกวิธี พื้นคอนกรีตแข็งแรง ใช้งานได้ยาวนาน

การปูตะแกรงไวร์เมชอย่างถูกต้องตามหลักวิศวกรรม ไม่เพียงช่วยให้พื้นคอนกรีตมีความแข็งแรงทนทาน แต่ยังช่วยลดปัญหาการแตกร้าวในระยะยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตั้งแต่การเลือกขนาดไวร์เมชที่เหมาะสม การปูพลาสติกกันชื้น การวางระดับไวร์เมชที่ถูกต้อง ไปจนถึงการใช้เก้าอี้บาร์รองรับลวดไวร์เมช ทุกขั้นตอนล้วนสำคัญต่อคุณภาพของงานคอนกรีต

หากคุณกำลังมองหาตะแกรงไวร์เมชมาตรฐานคุณภาพสูง ควรเลือกซื้อจากผู้จำหน่ายที่น่าเชื่อถือและมีมาตรฐาน มั่นใจได้ว่าพื้นคอนกรีตของคุณจะทั้งแข็งแรงและสวยงามในระยะยาว

เคล็ดลับการเลือกซื้อตะแกรงไวร์เมชอย่างมืออาชีพ

  • ตรวจสอบมาตรฐาน มอก. 737-2549 เพื่อความมั่นใจในคุณภาพ
  • เปรียบเทียบราคาจากหลายผู้จำหน่าย
  • เลือกขนาดลวดและช่องตาให้เหมาะกับลักษณะงานจริง
  • ซื้อจากโรงงานผู้ผลิตโดยตรงหากเป็นโครงการขนาดใหญ่ เพื่อประหยัดต้นทุน

สรุป: ทำไมตะแกรงไวร์เมชจึงเป็นวัสดุเสริมคอนกรีตที่สำคัญในงานก่อสร้าง

ตะแกรงเหล็กไวร์เมช (Wire Mesh) เป็นวัสดุก่อสร้างที่มีบทบาทสำคัญในการเสริมแรงคอนกรีต ด้วยคุณสมบัติที่แข็งแรง ทนทาน และช่วยลดขั้นตอนการทำงาน ทำให้เป็นทางเลือกที่คุ้มค่าในงานก่อสร้างทุกประเภท ตั้งแต่พื้นบ้านไปจนถึงโครงสร้างขนาดใหญ่ การเลือกใช้ไวร์เมชที่ได้มาตรฐานจะช่วยเพิ่มอายุการใช้งานของอาคาร และลดค่าใช้จ่ายในระยะยาว

คำถามที่พบบ่อย

ตะแกรงไวร์เมชคืออะไร และผลิตจากวัสดุแบบไหน?

ตะแกรงไวร์เมชผลิตจากลวดเหล็กรีดเย็น (Cold Drawn Steel Wire) เชื่อมติดกันด้วยไฟฟ้าเป็นช่องตารางสม่ำเสมอ ใช้สำหรับเสริมแรงในงานคอนกรีตเพื่อเพิ่มความแข็งแรงและลดการแตกร้าว

ตะแกรงไวร์เมชมีแบบไหนให้เลือกบ้าง?
  • หลัก ๆ มี 2 แบบ ได้แก่

    • แบบม้วน (Wire Mesh Roll): เหมาะกับงานพื้นบ้านและถนนทั่วไป

    • แบบแผง (Wire Mesh Sheet): เหมาะกับงานที่ต้องการความแข็งแรงสูง เช่น พื้นโรงงานหรือโกดัง

มาตรฐาน มอก. ของตะแกรงไวร์เมชมีอะไรบ้าง?

ตะแกรงไวร์เมชต้องผลิตตามมาตรฐาน มอก. 737-2549 และใช้ลวดตาม มอก. 747 หรือ มอก. 943 เพื่อให้มั่นใจในความแข็งแรงและความปลอดภัยของโครงสร้าง

ซื้อ “ตะแกรงไวร์เมช” คุณภาพดีตามมาตรฐาน มอก. ได้อย่างไร

สั่งซื้อเหล็กก่อสร้าง มาตรฐานมอก. ได้ที่ หจก.พรณรงค์ โลหะกิจ ผู้จัดจำหน่ายเหล็กก่อสร้าง ทุกชนิด  เหล็กเส้น เหล็กกล่อ ท่อกลมดำ พร้อมบริการจัดส่งทั่วประเทศ

สั่งซื้อเหล็ก มาตรฐาน มอก.  เช็คราคาล่าสุดของเหล็ก มอก. ได้ที่ พรณรงค์ โลหะกิจ

ติดต่อเรา/เช็คราคาเหล็ก

 

หมวดหมู่ : เหล็กแผ่น
เหล็กกล่องไซส์พิเศษ
จำหน่ายเหล็กกล่องขนาดพิเศษ มอก. 107-2566 65x65 , 65 x 35 , 90 x 90 ราคาส่งตรงจากโรงงาน มีทั้งเหล็กกล่องสี่เหลี่ยมและแป๊บ...
ตัดเหล็ก cnc ตัดแก๊ส ตัดเลเซอร์ 2
เช็คราคาเหล็ก วันนี้ โทร. 02-287-4097 / 090-456-1183 (มือถือ)Line : PNRLOHAKIT ปรึกษาฟรี โทร รับตัดเหล็กท่อน เพิ่มเพื่อน...
ฟุตติ้ง เหล็กปลอกผูกสำเร็จ 9
เช็คราคาเหล็ก วันนี้ โทร. 02-287-4097 / 090-456-1183 (มือถือ)Line : PNRLOHAKIT ปรึกษาฟรี โทร รับตัดเหล็กท่อน เพิ่มเพื่อน...
เพลาหกเหลี่ยม 6
เจาะลึกเหล็กเพลาหกเหลี่ยม มอก. 864-2532 คุณสมบัติเด่นเกรด SS400 ความแม่นยำสูง ยึดจับแน่น ไม่ลื่น เหมาะกับงานกลึง ชิ้นส่ว...
ท่อร้อยสายไฟ VS ท่อคาดสี
ทำไมห้ามใช้ท่อเหล็กคาดสี (ท่อประปา) แทนท่อร้อยสายไฟ EMT, IMC, RSC? เจาะลึก 3 เหตุผลสำคัญ ทั้งผิวท่อไม่เรียบทำสายไฟเสียหา...
คอนกรีตเสริมเหล็ก และ เหล็กปลอก
รู้จักคอนกรีตเสริมเหล็ก (ค.ส.ล.) หลักการทำงาน ส่วนประกอบ คุณสมบัติเด่น ข้อดี-ข้อจำกัด พร้อมบทบาทสำคัญของเหล็กปลอกในการรั...