
เช็คราคาเหล็กวันนี้
โทร. 02-287-4097 / 090-456-1183 (มือถือ)
Line : PNRLOHAKIT
“ท่องานระบบ ท่อแรงดัน” เป็นวัสดุที่พบเห็นได้ทั่วไปในงานก่อสร้างและงานอุตสาหกรรม เนื่องจากมีความแข็งแรง ทนทาน และใช้งานได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นระบบท่อส่งน้ำ ท่อส่งลม งานโครงสร้าง หรือระบบท่อในอาคาร แต่เมื่อถึงเวลาต้องเลือกซื้อ หลายคนอาจสงสัยว่าควรเลือก ท่อเหล็กดำมีตะเข็บ (Welded Pipe) หรือ ท่อเหล็กดำไร้ตะเข็บ (Seamless Pipe) แบบไหนดีกว่ากัน และความแตกต่างระหว่าง SCH 40 กับ SCH 80 คืออะไร บทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจทั้งหมดในมุมของช่างและผู้ใช้งานจริง เพื่อช่วยให้เลือกท่อได้เหมาะสมที่สุด
ท่อแรงดัน มีตะเข็บ (Welded Steel Pipe)
ลักษณะและกระบวนการผลิต
ท่อเหล็กดำมีตะเข็บ ผลิตจากแผ่นเหล็กที่ผ่านการรีดร้อนหรือรีดเย็น นำมาม้วนให้เป็นทรงกระบอกแล้วเชื่อมต่อแนวข้างด้วยเทคนิคการเชื่อมไฟฟ้าความถี่สูง (ERW) หรือการเชื่อมด้วยความร้อนสูง ทำให้เกิดแนวรอยต่อที่เรียกว่า “ตะเข็บ” ซึ่งเป็นจุดสังเกตสำคัญของท่อประเภทนี้ โดยทั่วไปจะผลิตตามมาตรฐาน มอก.276-2562
จุดเด่นของท่อมีตะเข็บ
- ราคาย่อมเยาและหาง่ายในท้องตลาด
- สามารถผลิตได้หลายขนาดและความหนา
- เหมาะสำหรับงานที่ไม่ต้องรับแรงดันสูง
- ติดตั้งและตัดต่อได้สะดวก
ข้อจำกัดของท่อมีตะเข็บ
บริเวณแนวเชื่อมอาจเป็นจุดอ่อน หากใช้งานในระบบที่มีแรงดันสูงหรืออุณหภูมิสูงอาจเกิดการแตกร้าวได้ง่ายกว่าท่อแบบไร้ตะเข็บ
งานที่เหมาะสม
- ระบบท่อระบายน้ำ ท่อน้ำประปา
- ท่อระบายอากาศในอาคาร
- ท่อปล่อยน้ำเสียหรือท่อชลประทาน
- งานโครงสร้างทั่วไป เช่น รั้ว คาน เสา หรือโครงหลังคา
- งานตกแต่ง เช่น ราวบันได ราวตากผ้า หรือโครงป้าย
สำหรับงานทั่วไปที่ไม่ต้องรับแรงดันสูง นิยมใช้ ท่อเหล็กดำมีตะเข็บ SCH 40 เพราะมีความหนามาตรฐานและราคาประหยัด
ท่อแรงดัน ไร้ตะเข็บ (Seamless Steel Pipe)
ลักษณะและวิธีการผลิต
ท่อไร้ตะเข็บผลิตจากเหล็กแท่งตัน (Billet) ที่ผ่านกระบวนการหลอมและรีดให้เป็นท่อกลวง โดยไม่ต้องใช้การเชื่อมต่อ ทำให้ท่อชนิดนี้มีเนื้อเหล็กที่ต่อเนื่องทั้งเส้น ไม่มีแนวตะเข็บ มีความแข็งแรง ทนแรงดัน และทนความร้อนได้สูงมาก
จุดเด่นของท่อไร้ตะเข็บ
- ไม่มีแนวเชื่อม ลดความเสี่ยงการรั่วซึมหรือแตกร้าว
- ทนแรงดันสูงและอุณหภูมิสูง
- เหมาะสำหรับงานที่ต้องการความปลอดภัยสูง เช่น ระบบน้ำมันหรือแก๊ส
- มีผิวเรียบ แข็งแรง และสวยงาม
ข้อจำกัดของท่อไร้ตะเข็บ
- ราคาสูงกว่าท่อมีตะเข็บ
- การผลิตซับซ้อน จึงมีขนาดให้เลือกน้อยกว่า
- น้ำหนักมากกว่าท่อทั่วไป
งานที่เหมาะสม
- ระบบส่งน้ำมันและก๊าซ
- ระบบท่อไอน้ำแรงดันสูง
- งานโครงสร้างที่ต้องการความแข็งแรงมาก เช่น อาคารสูงหรือสะพาน
- งานเครื่องจักรในอุตสาหกรรมหนัก
SCH คืออะไร? ทำไมถึงสำคัญในการเลือกท่อ
คำว่า SCH ย่อมาจาก Schedule ซึ่งหมายถึง “ค่าความหนาของผนังท่อ” โดยอยู่ภายใต้มาตรฐานของ ASME B36.10M ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลของสมาคมวิศวกรเครื่องกลแห่งสหรัฐอเมริกา ยิ่งตัวเลข SCH สูง ความหนาของผนังท่อก็จะมากขึ้น และสามารถรับแรงดันได้สูงขึ้นตามลำดับ
ตัวอย่างเช่น
- ท่อ SCH 40 : ความหนามาตรฐาน ใช้กับแรงดันทั่วไป
- ท่อ SCH 80 : ผนังหนากว่า เหมาะกับแรงดันสูงและอุณหภูมิสูง
ตัวอย่างการระบุขนาดท่อ
ท่อเหล็ก 2 นิ้ว SCH 40 หมายถึง ท่อที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางภายนอก (OD) 60.3 มิลลิเมตร และความหนาผนังท่อ 3.91 มิลลิเมตร ส่วนท่อ 2 นิ้ว SCH 80 จะมีความหนาเพิ่มขึ้นเป็น 5.54 มิลลิเมตร ซึ่งแข็งแรงกว่าแต่ก็มีน้ำหนักและราคาที่สูงขึ้นตาม
ความแตกต่างระหว่างท่อ Sch 40 และ Sch 80
Sch 40 และ Sch 80 ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ใช้ระบุ “ความหนาของผนังท่อ” (Pipe Schedule) แต่หลายคนอาจยังไม่แน่ใจว่าท่อทั้งสองชนิดต่างกันอย่างไร และควรเลือกใช้งานแบบไหนถึงจะคุ้มค่าและปลอดภัยที่สุด
1. ความแตกต่างด้านอัตราการไหล
ท่อ Sch 80 มีความหนาของผนังมากกว่า Sch 40 ทำให้เส้นผ่านศูนย์กลางภายในเล็กลง ส่งผลให้อัตราการไหลของของเหลวภายในลดลง แม้จะเป็นท่อขนาดเดียวกันก็ตาม
-
หากต้องการระบบส่งของเหลวที่มี อัตราการไหลสูง เช่น ระบบน้ำหรือระบบระบายน้ำขนาดใหญ่ การใช้ Sch 40 จะเหมาะสมกว่า เพราะช่วยให้การไหลของน้ำทำได้ดีและประหยัดงบประมาณ
-
แต่ถ้าเป็นระบบที่ต้องรับแรงดันสูงและต้องการความเสถียร เช่น ระบบส่งน้ำแรงดันหรือระบบท่อในโรงงานอุตสาหกรรม Sch 80 จะตอบโจทย์มากกว่า เพราะทนแรงดันได้ดีกว่า
2. ความสามารถในการรับแรงดันและการใช้งาน
ด้วยความหนาของผนังที่มากกว่า Sch 80 จึงมีความแข็งแรงสูงและทนต่อแรงดันได้ดีกว่า เหมาะกับงานที่ต้องการความปลอดภัยสูงและสภาพแวดล้อมที่มีอุณหภูมิหรือแรงดันสูง เช่น
-
อุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซ – ระบบท่อที่ต้องทนการกัดกร่อนและแรงดันสูง
-
ระบบป้องกันอัคคีภัย – ระบบท่อส่งแรงดันสูงสำหรับระบบดับเพลิง
-
โรงงานเคมี – ท่อขนส่งสารเคมีหรือของเหลวที่มีฤทธิ์กัดกร่อน
-
โรงงานเภสัชกรรม – ระบบท่อที่ต้องรักษาความสะอาดและแรงดันสูง
-
แท่นขุดเจาะนอกชายฝั่ง – ใช้ท่อ Sch 80 หรือสูงกว่าเพื่อรับแรงดันในสภาวะที่ซับซ้อน
ส่วน ท่อ Sch 40 เป็นท่อที่นิยมใช้ทั่วไป เนื่องจากมีความหนาปานกลาง ต้นทุนไม่สูง และเพียงพอต่อการใช้งานในระบบแรงดันต่ำถึงปานกลาง เช่น
-
ระบบชลประทานการเกษตร – ต้องการอัตราการไหลสูงแต่แรงดันต่ำ
-
ระบบท่อเทศบาล – ใช้ในงานส่งก๊าซหรือน้ำขนาดกลาง
-
งานก่อสร้างทั่วไป – ท่อน้ำและท่อระบายน้ำในอาคารพักอาศัย
-
ระบบระบายอากาศ – ใช้ท่อ Sch 40 ที่น้ำหนักเบาและติดตั้งง่าย
3. ความแตกต่างด้านต้นทุน
เนื่องจากท่อ Sch 80 มีผนังหนาและใช้วัสดุมากกว่า ราคาจึงสูงกว่า Sch 40 ทั้งในส่วนของค่าแรงเชื่อม การติดตั้ง และเวลาในการทำงาน หากโครงการไม่ได้ต้องการแรงดันสูง การเลือกใช้ Sch 40 จะช่วยลดต้นทุนได้มากโดยไม่กระทบต่อประสิทธิภาพของระบบ
4. ลักษณะการใช้งาน
เมื่อเลือกท่อสำหรับระบบต่าง ๆ ควรพิจารณาทั้ง แรงดันการทำงาน, ชนิดของของเหลว, และ งบประมาณโครงการ เพื่อให้เหมาะสมและคุ้มค่าที่สุด
1. แรงดันการทำงานของระบบ
-
หากแรงดันต่ำกว่า 300 PSI → แนะนำ Sch 40
-
หากแรงดันมากกว่าหรือเท่ากับ 300 PSI → ควรเลือก Sch 80 ที่ทนแรงดันและแรงกระแทกได้ดีกว่า
2. ชนิดของของเหลวในระบบ
-
น้ำ, อากาศ, หรือก๊าซทั่วไป → ใช้ Sch 40
-
ของเหลวอุตสาหกรรม, สารเคมี, หรือไอน้ำอุณหภูมิสูง → ใช้ Sch 80 ที่ทนต่อการกัดกร่อนได้ดีกว่า
3. งบประมาณและความสะดวกในการติดตั้ง
-
หากต้องการลดต้นทุนและติดตั้งง่าย → Sch 40 เป็นตัวเลือกที่เหมาะ
-
หากต้องการความแข็งแรงสูงสุดและอายุการใช้งานยาวนาน → ลงทุนเพิ่มกับ Sch 80 จะคุ้มค่ากว่าในระยะยาว
ท่อแรงดัน ท่องานระบบ SCH40 SCH80 มีตะเข็บ ไร้ตะเข็บ
พรณรงค์โลหะกิจจำหน่าย
ตารางขนาดท่อแรงดัน SCH 40 และ SCH 80
แนวทางเลือกใช้ท่อเหล็กงานระบบให้เหมาะกับงาน
การเลือกท่อเหล็กดำที่เหมาะสม ควรพิจารณาจากปัจจัยต่อไปนี้
- แรงดันและความแข็งแรงที่ต้องการ
หากงานต้องรับแรงดันหรือแรงกระแทกสูง เช่น ระบบท่อก๊าซหรือไอน้ำ ให้เลือกใช้ ท่อเหล็กไร้ตะเข็บ SCH 80
แต่ถ้าเป็นงานทั่วไป เช่น โครงสร้างอาคารหรือระบบน้ำ ให้ใช้ ท่อเหล็กมีตะเข็บ SCH 40 ก็เพียงพอ - งบประมาณโครงการ
ท่อไร้ตะเข็บมีต้นทุนสูงกว่า หากโครงการมีงบจำกัด การเลือกใช้ท่อมีตะเข็บจะช่วยลดค่าใช้จ่ายได้มากโดยไม่กระทบคุณภาพงานทั่วไป - ความสวยงามของงานติดตั้ง
ท่อไร้ตะเข็บมีผิวเรียบ ไม่มีแนวเชื่อม เหมาะกับงานตกแต่งที่ต้องโชว์พื้นผิว เช่น โครงโชว์เหล็กหรือโครงสร้างในอาคาร - สภาพแวดล้อมการใช้งาน
หากต้องใช้งานในพื้นที่เปียกชื้นหรือใกล้ทะเล ควรเลือกท่อที่ผ่านการเคลือบกันสนิมเพิ่มเติม เพื่อยืดอายุการใช้งาน - การบำรุงรักษาในระยะยาว
ท่อไร้ตะเข็บทนการกัดกร่อนได้ดีกว่าและไม่ต้องซ่อมบ่อย ส่วนท่อมีตะเข็บควรตรวจสอบแนวเชื่อมเป็นระยะเพื่อป้องกันสนิมหรือรอยรั่ว
สรุป: ท่อแบบไหนคุ้มค่าและเหมาะกับงานของคุณ
- หากคุณต้องการ ความแข็งแรง ทนแรงดันสูง ปลอดภัยในระยะยาว → เลือกใช้ ท่อเหล็กดำไร้ตะเข็บ SCH 80
- หากคุณต้องการ ท่อราคาประหยัด ใช้งานทั่วไป ติดตั้งง่าย → ท่อเหล็กดำมีตะเข็บ SCH 40 คือคำตอบที่เหมาะสม
ทั้งสองประเภทต่างก็มีข้อดีเฉพาะตัว ขึ้นอยู่กับลักษณะงาน งบประมาณ และสภาพแวดล้อมของการใช้งาน ดังนั้น การเลือกท่อให้เหมาะสมตั้งแต่แรกจะช่วยให้โครงการของคุณแข็งแรง ปลอดภัย และประหยัดในระยะยาว
คำถามที่พบบ่อย
SCH หรือ Schedule คือค่ามาตรฐานที่บอกความหนาของผนังท่อ ยิ่งค่า SCH สูง ผนังท่อก็ยิ่งหนาและสามารถรับแรงดันได้มากขึ้น เช่น SCH 40 ใช้กับงานแรงดันทั่วไป ส่วน SCH 80 เหมาะสำหรับงานที่ต้องทนแรงดันหรืออุณหภูมิสูง
-
ท่อมีตะเข็บผลิตจากแผ่นเหล็กม้วนเชื่อมต่อกัน เหมาะกับงานทั่วไปที่ไม่ต้องรับแรงดันสูง ส่วนท่อไร้ตะเข็บผลิตจากเหล็กแท่งตันที่รีดให้กลวงทั้งเส้น ไม่มีแนวเชื่อม จึงแข็งแรงกว่าและเหมาะกับงานที่ต้องการความปลอดภัยสูง เช่น ระบบน้ำมัน ก๊าซ หรือไอน้ำแรงดันสูง
-
งานทั่วไป เช่น ท่อน้ำ ท่อโครงสร้าง หรือระบบระบายน้ำ → ใช้ SCH 40
-
งานที่มีแรงดันสูง เช่น ระบบดับเพลิง โรงงานเคมี หรือท่อส่งก๊าซ → ใช้ SCH 80
สั่งซื้อเหล็กก่อสร้าง มาตรฐานมอก. ได้ที่ หจก.พรณรงค์ โลหะกิจ ผู้จัดจำหน่ายเหล็กก่อสร้าง ทุกชนิด เหล็กเส้น เหล็กกล่อ ท่อกลมดำ พร้อมบริการจัดส่งทั่วประเทศ
สั่งซื้อเหล็ก มาตรฐาน มอก. เช็คราคาล่าสุดของเหล็ก มอก. ได้ที่ พรณรงค์ โลหะกิจ
- โทร. 02-287-4097 / 090-456-1183 (มือถือ)
- Line : PNRLOHAKIT
ติดต่อเรา/เช็คราคาเหล็ก
- Facebook : หจก.พรณรงค์ โลหะกิจ
- โทร/แฟกซ์
- 02-287-4097
- 090-456-1183 (มือถือ)
- Email : [email protected]
- LINE ID : PNRLOHAKIT
- แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/1ZaZpTCZGdeLgqwVA








